⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 399/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของทรัพย์สินเข้าไปในที่ดินที่ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่ถูกผู้อื่นครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยการกระทำนั้นเป็นการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุขของผู้อื่น ถือเป็นการกระทำความผิดฐานบุกรุก แม้การกระทำนั้นจะทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายด้วยก็ตาม แต่ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นความผิดอันยอมความได้ หากผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือฟ้องคดีเกินกว่าอายุความที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็ให้เป็นอันขาดอายุความในความผิดฐานนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทโดยเช่าจากจำเลย แม้จะผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า จำเลยก็ชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลขอให้ชำระค่าเช่าและขับไล่ การที่จำเลยนำรถไถเข้าไปไถในที่พิพาทโดยพลการ เป็นการรบกวนการครอบครองที่พิพาทของโจทก์โดยปกติสุข จำเลยจึงมีความผิดฐานบุกรุก ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์มิได้รวมอยู่ในองค์ประกอบความผิดฐานบุกรุก เมื่อภรรยาโจทก์มิได้แจ้งความด้วยว่าการไถดังกล่าวเป็นเหตุให้ต้นกล้วยที่ปลูกไว้เสียหาย ถือได้ว่าโจทก์มิได้ร้องทุกข์ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ด้วย เมื่อมาฟ้องเกิน3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด จึงขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 359 และ 365 ให้ลงโทษตามมาตรา 365 ปรับ 1,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ทางพิจารณาข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2516 นายชาญ พ่วงศรี บุตรโจทก์ ได้นำที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าไปขายฝากไว้ต่อจำเลย ทำสัญญากันไว้ตามเอกสารหมาย ล.3โดยไม่ได้จดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญาระบุไว้ว่ากำหนดไถ่คืนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2516 ถ้าไม่ไถ่คืนภายในกำหนด ยอมมอบสิทธิในที่ดินให้แก่จำเลย นายชาญไม่ไถ่คืนภายในกำหนดจำเลยให้โจกท์เช่าที่พิพาทตั้งแต่วันรับซื้อฝากจนถึงปี พ.ศ. 2521 โจทก์ผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าให้จำเลย วันเกิดเหตุจำเลยกับพวกนำรถไถเข้าไปไถในที่พิพาท ภรรยาและบุตรโจทก์ห้ามปราม แต่จำเลยกับพวกไม่เชื่อฟังและทำการไถที่พิพาทต่อไปจนแล้วเสร็จ ในวันเดียวกันนั้นภรรยาโจทก์ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอโคกสำโรง ตามเอกสารหมาย ล.4 พิเคราะห์แล้ว ปัญหาข้อแรกที่ต้องวินิจฉัยมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ จำเลยเบิกความว่าในปี พ.ศ. 2521เมื่อโจทก์ไม่ชำระค่าเช่าที่พิพาทให้จำเลย จำเลยได้ให้จ่าสิบตำรวจแววสินธุสุวรรณ ไปทวงถาม โจทก์ขอผัดชำระภายใน 1 เดือน ครั้นครบกำหนดโจทก์ขอผัดชำระอีก ซึ่งจำเลยก็ผ่อนผันให้ แต่แล้วโจทก์ก็ไม่จัดการชำระ ต่อมาวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2522 จำเลยไปทวงถามอีกครั้งหนึ่งโจทก์ขอผัดชำระภายใน 15 วัน จำเลยได้บอกโจทก์ว่า ถ้าครบกำหนดแล้วโจทก์ไม่จัดการชำระค่าเช่า จะไม่ให้โจทก์ทำกินในที่พิพาทต่อไป แต่แล้วโจทก์ก็ไม่จัดการชำระ จำเลยจึงตกลงให้นายตรงหรือกลม บัวขาวเช่าที่พิพาทและนำรถไถเข้าไปไถที่พิพาทในวันเกิดเหตุ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์เช่าที่พิพาทจากจำเลยเพื่อทำประโยชน์ โจทก์จึงมีสิทธิครอบครองที่พิพาท แม้โจทก์จะผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าให้จำเลยตามที่จำเลยเบิกความจำเลยก็ชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลขอให้โจทก์ชำระค่าเช่าที่ค้างและขอให้ขับไล่โจทก์ การที่จำเลยกับพวกนำรถไถเข้าไปในที่พิพาทโดยพลการเป็นการรบกวนการครอบครองที่พิพาทของโจทก์โดยปกติสุข จำเลยจึงมีความผิดฐานบุกรุกตามโจทก์ฟ้อง ปัญหาข้อต่อไปมีว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ด้วยหรือไม่ โจทก์เบิกความว่าเมื่อจำเลยกับพวกนำรถไถเข้าไปไถในที่พิพาทแล้ว ภรรยาโจทก์ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอโคกสำโรงในวันเกิดเหตุ และตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย ล.4 ภรรยาโจทก์แจ้งความต่อร้อยตรำวจเอกเหรียญแก่นศึกษา พนักงานสอบสวนความว่า วันเกิดเหตุจำเลยได้นำรถไถเข้าไปไถในที่พิพาท ภรรยาโจทก์ห้ามปรามก็ไม่เชื่อฟัง จึงมาแจ้งความให้ดำเนินคดีต่อไปศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 359 เป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 ทั้งความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์มิได้รวมอยู่ในองค์ประกอบความผิดฐานบุกรุก เมื่อภรรยาโจทก์ มิได้แจ้งความด้วยว่า การที่จำเลยนำรถไถเข้าไปไถในที่พิพาทเป็นเหตุให้ต้นกล้วยที่ปลูกไว้เสียหาย ถือได้ว่าสำหรับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์โจทก์มิได้ร้องทุกข์ไว้ ปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 8กุมภาพันธ์ 2523 ซึ่งเป็นเวลา 11 เดือนเศษ นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์จึงขาดอายุความโจทก์ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2525 นายปาน พ่วงศรี โจทก์ นายงึ้น บุญมี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปาน พ่วงศรี · จำเลย - นายงึ้น บุญมี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 990/2506ฎีกา 845/2543ฎีกา 705/2507ฎีกา 2314/2529ฎีกา 123/2528ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3081/2524ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1250/2520ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1552/2568ฎีกา 1828/2523ฎีกา 6344/2531ฎีกา 3119/2558ฎีกา 4751/2568ฎีกา 1127/2523ฎีกา 279/2539ฎีกา 2269/2538ฎีกา 1777/2554ฎีกา 45/2507ฎีกา 584/2519ฎีกา 2824/2535ฎีกา 5396/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา