⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 866/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับโอนการครอบครองจากผู้ครอบครองแทนผู้อื่น ย่อมมีสิทธิในการครอบครองเท่าที่ผู้โอนมีอยู่เท่านั้น และจะอ้างการครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนลักษณะการครอบครองนั้นเสียก่อน

ย่อคำพิพากษา

ผู้รับโอนการครอบครองจากผู้ครอบครองแทนผู้อื่น ผู้รับโอนมีสิทธิเท่าที่ผู้โอนมีอยู่ เว้นแต่จะเปลี่ยนลักษณะการครอบครองตาม มาตรา 1381 จึงอ้างว่าครอบครองโดยปรปักษ์ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องซึ่งผู้ร้องอ้างว่าครอบครองที่พิพาทมากว่า 10 ปี ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมนายกีนางชื้นสามีภรรยามีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง เนื้อที่ 60 ไร่เศษ นายกี นางชื้นมีบุตรด้วยกัน3 คน คือนายชม นางทิ และผู้คัดค้าน เมื่อนายกี นางชื้นตายแล้ว บุตรทั้ง 3 คนได้ส่วนแบ่งที่ดินกันคนละ 20 ไร่เศษ ต่อมาผู้คัดค้านต้องหาคดีฆ่าคนตายคดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาจำคุก 12 ปี ผู้คัดค้านได้ฝากที่ดินส่วนของตนไว้กับนายชม นางทิ โดยให้คนทั้งสองเข้าทำกินในที่ดินของตนคนละครึ่ง เมื่อผู้คัดค้านพ้นโทษแล้วในปี พ.ศ. 2512 ได้มาขอที่ส่วนของตนคืนจากนายชมนางทิ แต่คนทั้งสองไม่ยอมคืนให้ ผู้คัดค้านได้ยื่นฟ้องคนทั้งสองเรียกที่ดินคืนนางทิทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้คัดค้านในศาลยอมคืนที่ดินให้ส่วนคดีที่ผู้คัดค้านฟ้องนายชม ผลที่สุดศาลฎีกาพิพากษาให้นายชมคืนที่ดินให้ผู้คัดค้าน แต่ที่ดินที่ผู้คัดค้านฟ้องเรียกคืนจากนายชมนี้ นายชมได้ขอออกโฉนดรวมกับที่ดินส่วนของนายชมแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2486 ตามโฉนดเลขที่ 4576 เป็นเนื้อที่ดิน 31 ไร่ 2 งาน 30 วา หลังจากที่ศาลได้ออกคำบังคับให้นายชมคืนที่ดินให้ผู้คัดค้านแล้ว นายชมได้ใส่ชื่อผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับตนในที่ดินโฉนดเลขที่ 4576 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2516 ต่อมาวันที่ 17พฤษภาคม 2516 นายชมกับผู้ร้องทั้งสองได้ร่วมกันจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4576ไว้กับสหกรณ์ที่ดินมโนรมย์หนึ่งจำกัด และยังไม่ได้มีการไถ่ถอนจำนองจนบัดนี้ส่วนที่ดินที่ศาลฎีกาพิพากษาให้นายชมคืนให้ผู้คัดค้านนั้นได้มีการแบ่งแยกโฉนดออกเป็นโฉนดเลขที่ 15468 เนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 10 วา ให้ผู้คัดค้านเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2518 โดยการจำนองยังคงติดโฉนดใหม่ไปด้วย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ผู้ร้องฎีกาว่าที่ดินส่วนที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าเป็นของผู้คัดค้านตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้คัดค้านฝากที่ดินพิพาทไว้กับนายชมบิดาของผู้ร้อง นายชมจึงเป็นผู้ครอบครองที่พิพาทแทนผู้คัดค้านเท่านั้น แม้นายชมจะยกที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องและผู้ร้องครอบครองต่อมาดังที่ผู้ร้องฎีกาก็ตาม แต่นายชมเป็นเพียงผู้ครอบครองแทน ผู้ร้องจึงย่อมได้สิทธิในที่พิพาทไปเพียงเท่าที่นายชมมีอยู่ คือเป็นผู้ครอบครองที่พิพาทแทนเจ้าของ เว้นแต่ผู้ร้องจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 ซึ่งไม่มีประเด็นในคดีนี้จึงไม่มีทางที่จะฟังว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2522 น.ส.สวย อินทมณี กับพวก ผู้ร้อง นายชื้น อินทมณี ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - น.ส.สวย อินทมณี กับพวก · ผู้คัดค้าน - นายชื้น อินทมณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 201/2490ฎีกา 464/2497ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1070/2499ฎีกา 138/2499ฎีกา 1293/2538ฎีกา 895/2481ฎีกา 510/2491ฎีกา 1041/2485ฎีกา 933/2493ฎีกา 5007/2540ฎีกา 676/2501ฎีกา 4817/2533ฎีกา 1112/2494ฎีกา 4427/2531ฎีกา 3170/2537ฎีกา 2198/2530ฎีกา 5999/2537ฎีกา 1590/2511ฎีกา 2529/2537ฎีกา 706/2493ฎีกา 5710/2544ฎีกา 760/2485ฎีกา 2851-2852/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา