⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 132/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ในนามตนเองแทนลูกหนี้โดยฟ้องคดีขอไถ่ทรัพย์ที่ลูกหนี้ขายฝากไว้เมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่แล้วไม่ได้ เพราะลูกหนี้ไม่มีสิทธิไถ่คืนแล้ว การที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งขอสวมสิทธิไถ่ทรัพย์แทนผู้ขายฝากซึ่งเป็นลูกหนี้นั้น ไม่ถือว่าผู้มีสิทธิในการไถ่ทรัพย์ได้ใช้สิทธิขอไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากคืน เพราะเจ้าหนี้กระทำการเพื่อป้องกันสิทธิของตนในมูลหนี้เท่านั้น ไม่ใช่บุคคลผู้มีสิทธิไถ่ทรัพย์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ในนามตนเองแทนลูกหนี้โดยฟ้องคดีขอไถ่ทรัพย์ที่ลูกหนี้ขายฝากไว้ เมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่แล้วไม่ได้ เพราะลูกหนี้ไม่มีสิทธิไถ่คืนแล้ว การที่ก่อนครบกำหนดไถ่ทรัพย์คืน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้มีหนังสือแจ้งขอสวมสิทธิไถ่ทรัพย์แทนผู้ขายฝากซึ่งเป็นลูกหนี้นั้น ถือไม่ได้ว่าผู้มีสิทธิในการไถ่ทรัพย์ได้ใช้สิทธิขอไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากคืน เพราะโจทก์เป็นเจ้าหนี้ที่ใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้เพื่อป้องกันสิทธิของตนในมูลหนี้เท่านั้น ไม่ใช่บุคคลผู้มีสิทธิไถ่ทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 497

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.233 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.497

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นสามีภรรยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่มีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินและบ้าน จำเลยที่ ๒ เอาทรัพย์ที่กล่าวนี้ไปขายฝากไว้กับจำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๑ ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โดยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดพอที่จะเอาชำระหนี้ได้ โจทก์มีหนังสือแจ้งจำเลยทั้งสามขอสวมสิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากไว้ดังกล่าวแล้วภายในกำหนด แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงฟ้องขอไถ่ทรัพย์ดังกล่าวแล้วจากจำเลยที่ ๓ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกหนี้โจทก์ตามฟ้อง แต่ทรัพย์ที่ขายฝากเป็นของจำเลยที่ ๒ ผู้เดียว โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์คืนแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ทรัพย์ที่ขายฝากเป็นของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แต่โจทก์ไม่มีสิทธิไถ่ทรัพย์ การที่โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยทั้งสามไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๓ ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้พ้นกำหนดระยะเวลาที่จำเลยที่ ๒ จะไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากคืนได้แล้ว เมื่อจำเลยที่ ๒ ไม่มีสิทธิไถ่คืน โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องในนามตนเองฟ้องขอไถ่ทรัพย์คืนหาได้ไม่ ส่วนการที่ก่อนครบกำหนดไถ่ทรัพย์ โจทก์ได้มีหนังสือจำเลยทั้งสามให้ไปที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาเพื่อโจทก์จะได้สวมสิทธิไถ่ทรัพย์แทนจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แต่จำเลยทั้งสามไม่ไปนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า บุคคลที่จะใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ต้องเป็นผู้ขายเดิม หรือทายาทของผู้ขายเดิม ผู้รับโอนสิทธินั้น หรือบุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๗ โจทก์มิใช่บุคคลผู้มีสิทธิไถ่ทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ การที่โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยทั้งสามดังกล่าวแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าผู้มีสิทธิในการไถ่ทรัพย์ได้ใช้สิทธิขอไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากคืน ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามคำแก้ฎีกาของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2523 นางนงเยาว์ เกษสาคร โจทก์ นางเพ็ญแข อิงวิยะ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนงเยาว์ เกษสาคร · ล. - นางเพ็ญแข อิงวิยะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ เพียรรู้จบ · วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นางสาวจังหวัด สวนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโกวิท สุนทรขจิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4143/2532ฎีกา 381/2511ฎีกา 1065/2496ฎีกา 866/2487ฎีกา 5165/2531ฎีกา 1094/2495ฎีกา 2564/2546ฎีกา 1109/2487ฎีกา 772/2523ฎีกา 3390-3391/2538ฎีกา 797/2498ฎีกา 353/2492ฎีกา 2562/2550ฎีกา 577/2492ฎีกา 4586/2560ฎีกา 18624/2555ฎีกา 1559/2527ฎีกา 4546/2540ฎีกา 8325/2544ฎีกา 1093/2509ฎีกา 5023/2540ฎีกา 419/2494ฎีกา 352/2492ฎีกา 2018/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา