⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2018/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากตามกฎหมาย คือ ผู้ขายเดิม ทายาทผู้ขายเดิม ผู้รับโอนสิทธิ หรือบุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะให้เป็นผู้ไถ่ได้เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 497 บุคคลที่จะใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากต้องเป็นผู้ขายเดิม ทายาทผู้ขายเดิม ผู้รับโอนสิทธิหรือบุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้ เป็นการกำหนดตัวผู้มีสิทธิไถ่ทรัพย์สินไว้โดยเฉพาะเจาะจงแล้ว โจทก์มิใช่บุคคลที่มีสิทธิในการไถ่ที่ดินพิพาทตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ดังนั้นแม้โจทก์จะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 2 ผู้ขายฝากหรือไม่ก็ตาม โจทก์จะอ้างเหตุว่าที่พิพาทเป็นสินสมรสและขอใช้สิทธิไถ่ที่พิพาทหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.497

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภริยาของจำเลยที่ ๒ ที่ดินพิพาทจำเลยที่ ๒ ได้รับโอนมาระหว่างอยู่กินกับโจทก์ จึงเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาทมีกำหนดเวลา ๒ ปี ต่อมาจำเลยที่ ๒ จะขอไถ่ที่ดินที่ขายฝากแล้วขายฝากแก่จำเลยที่ ๑ ใหม่ โดยเพิ่มเงินเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์จึงได้ไปอายัดไว้ เจ้าพนักงานที่ดินสั่งให้โจทก์ดำเนินคดีทางศาล โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่ง ขอให้ลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อเจ้าพนักงานที่ดินยอมให้ที่ดินพิพาทหลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยที่ ๑ โจทก์ได้ขอไถ่ที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ ๑จำเลยที่ ๑ ไม่ยอมให้ไถ่ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองยอมให้โจทก์ไถ่ที่ดินพิพาท หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์และจำเลยที่ ๒ มิได้เป็นสามีภรรยากันโจทก์มิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่เคยขอไถ่ที่ดินพิพาทภายในกำหนดอายุสัญญาขายฝากและโจทก์ไม่มีสิทธิในการไถ่ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๒ มิใช่สามีภริยากันโจทก์กับจำเลยที่ ๒ อยู่กินด้วยกันแต่มิได้จดทะเบียนสมรส ที่ดินพิพาทที่จำเลยที่ ๒ รับโอนมาจึงมิใช่สินสมรส จำเลยที่ ๒ ได้ขายฝากที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ เพื่อนำเงินมาอุปการะครอบครัวและใช้หนี้บุคคลอื่น กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตกเป็นของจำเลยที่ ๑ แล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ในปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิไถ่ที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยที่ ๒ ขายฝากไว้แก่จำเลยที่ ๑ หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๗ บัญญัติว่า ผู้มีสิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้นได้แก่ ผู้ขายเดิมหรือทายาทผู้ขายเดิม หรือผู้รับโอนสิทธินั้น หรือบุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้ เป็นการกำหนดตัวผู้มีสิทธิไถ่ทรัพย์สินไว้โดยเฉพาะเจาะจงแล้ว ดังนั้นโจทก์จะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๒ ผู้ขายฝากหรือไม่ก็ตาม โจทก์ก็มิใช่บุคคลที่มีสิทธิในการไถ่ที่ดินพิพาทตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และโจทก์จะอ้างเหตุอื่นดังที่กล่าวมาในฎีกาเพื่อขอใช้สิทธิไถ่ที่ดินพิพาทก็หาเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิไถ่ที่ดินพิพาทได้ไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิไถ่ที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ ๑ ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นตามฎีกาของโจทก์อีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2530 นางอุรา คงคาเขตร โจทก์ พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอุรา คงคาเขตร · จำเลย - พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายก้าน อันนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 381/2511ฎีกา 1094/2495ฎีกา 1109/2487ฎีกา 3390-3391/2538ฎีกา 353/2492ฎีกา 577/2492ฎีกา 132/2523ฎีกา 1093/2509ฎีกา 419/2494ฎีกา 352/2492ฎีกา 223/2501ฎีกา 1479/2495ฎีกา 393/2486ฎีกา 1366-1367/2514ฎีกา 4729/2543ฎีกา 15794/2555ฎีกา 3390/2538ฎีกา 2010/2500ฎีกา 955/2485ฎีกา 603/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา