⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1327/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของรัฐที่ถูกบุกรุกได้ แม้แนวเขตที่แน่นอนยังไม่ปรากฏชัดเจน โดยจะพิจารณาในชั้นบังคับคดีต่อไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองทางสาธารณะกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 26 เมตร ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 9, 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 ข้อ 11 และสั่งจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของรัฐ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพศาลมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป จากที่ดินที่บุกรุกได้ แม้ยังไม่ทราบแนวเขตที่แน่นอน เพราะเป็นปัญหาที่พิจารณาได้ในชั้นบังคับคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ม.11 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองทางสาธารณะซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช่ร่วมกัน กว้างประมาณ ๓ เมตร ยาวประมาณ ๒๖ เมตร เนื้อที่ประมาณ ๗๘ ตารางวา โดยจำเลยปลูกต้นไม้ และทำรั้วปิดกั้นในทางสาธารณะดังกล่าว โดยมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ข้อ ๑๑ สั่งจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของรัฐที่ยึดถือครอบครอง จำเลยให้การรับสารภาพ และแถลงว่าฝ่ายจังหวัดว่าจำเลยบุกรุกที่สาธารณะกว้าง ๒ เมตร ฝ่ายอำเภอว่า ๓ เมตร จำเลยจึงไม่ทราบว่ากว้างเท่าไรแน่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยรุกล้ำที่สาธารณะเป็นจำนวนเท่าใดนั้นเป็นประเด็นทางแพ่ง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ข้อ ๑๑ ปรับ ๑,๐๐๐ บาท รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ ๕๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำคุกและสั่งจำเลยกับบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของรัฐ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่จำเลยบุกรุก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยบุกรุกที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินกว้างประมาณ ๓ เมตร เป็นรับฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือพยานหลักฐานในสำนวนนั้น ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองทางสาธารณะมีความกว้างประมาณ ๓ เมตร จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงย่อมฟังได้ตามฟ้อง ที่จำเลยแถลงว่าฝ่ายจังหวัดว่าจำเลยบุกรุกกว้าง ๒ เมตร ฝ่ายอำเภอว่า กว้าง ๓ เมตร ข้อแถลงของจำเลยอันที่จริงก็คือกว้างประมาณ ๓ เมตร ตรงตามฟ้องนั่นเอง ศาลอุทธรณ์หาได้รับฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือพยานหลักฐานในสำนวนไม่ ส่วนที่จำเลยว่าที่ดินที่จำเลยบุกรุกยังไม่ทราบแนวเขตที่แน่นอน ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปนั้น เห็นว่าแนวเขตที่ดินที่แน่นอนมีเพียงใดเป็นปัญหาที่พิจารณาได้ในชั้นบังคับคดี จำเลยจะยกขึ้นเถียง เพื่อมิให้ถูกรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2523 พนักงานอัยการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายทรัพย์ คำถวาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายทรัพย์ คำถวาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายวิชิน สุชนทีธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 981/2514ฎีกา 339/2519ฎีกา 2672/2534ฎีกา 1046/2517ฎีกา 6511/2543ฎีกา 7216/2542ฎีกา 3990/2529ฎีกา 378/2525ฎีกา 2311/2536ฎีกา 166/2517ฎีกา 8322/2538ฎีกา 962/2520ฎีกา 2634/2526ฎีกา 2670/2516ฎีกา 2741/2538ฎีกา 325/2519ฎีกา 977/2521ฎีกา 375/2532ฎีกา 8277/2544ฎีกา 2565/2543ฎีกา 662/2522ฎีกา 6986/2546ฎีกา 1659/2530ฎีกา 1099/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา