คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1787/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตั้งโรงงานแปรรูปไม้ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้เสมอไป แม้จะได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมแล้วก็ตาม และการตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดสำเร็จทันทีที่ตั้งโรงงานขึ้นโดยมิได้รับอนุญาต
ย่อคำพิพากษา
การตั้งโรงงานแปรรูปไม้ซึ่งมิใช่ไม้หวงห้ามโดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ด้วย เพราะตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่5) พ.ศ. 2518 มาตรา 19 นั้น การตั้งโรงงานแปรรูปไม้จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้เสมอไป มิฉะนั้นถือเป็นความผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เพียงแต่มีการตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ แม้ยังมิได้แปรรูปไม้ก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว โรงงานแปรรูปไม้ที่ตั้งขึ้นจะใช้แปรรูปไม้หวงห้ามหรือมิใช่ไม้หวงห้ามจึงไม่เป็นข้อสำคัญ สำหรับ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 50 (4) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 116 ลงวันที่ 10 เมษายน 2515 ข้อ 6 นั้น เป็นข้อยกเว้นเฉพาะกรณีการแปรรูปไม้ และมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองเท่านั้น ส่วนการตั้งโรงงานแปรรูปไม้หาได้อยู่ในข่ายข้อยกเว้นตามบทมาตราดังกล่าวไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติป่าไม้ ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ ม.50 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.50
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจตั้งโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราโดยใช้เครื่องจักรกลจำนวน ๑ โรง ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติป่าไม้และจำเลยได้ทราบประกาศนั้นแล้ว โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓, ๗๔ ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗ ประกาศกระทรวงเกษตร เรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ริบของกลาง
่จำเลยให้การรับสารภาพและแถลงว่า จำเลยได้แปรรูปไม้ยางพาราจริง แต่เข้าใจว่าไม่ผิดกฎหมายเพราะไม้ยางพาราไม่ใช่ไม้หวงห้ามและจำเลยมีใบอนุญาตตั้งโรงงานกับมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมออกให้
โจทก์แถลงรับว่า ไม้ยางพาราไม่ใช่ไม้หวงห้าม จำเลยมีใบอนุญาตให้ตั้งและประกอบกิจการโรงงานจริง โดยประกอบกิจการทำลังไม้
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า มาตรา ๕๐ (๔) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ บัญญัติว่าบทบัญญัติแห่งมาตรา ๘๔ มิให้ใช้บังคับในกรณีการแปรรูปไม้หรือมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองที่มิใช่ไม้หวงห้าม การตั้งโรงงานแปรรูปไม้ยางพารา ซึ่งไม่ใช่ไม้หวงห้ามและได้รับอนุญาตให้ตั้งและประกอบกิจการโรงงานแล้วไม่ต้องขออนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้อีก การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนจำเลย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗ ให้ลงโทษปรับ ๒,๐๐๐ บาท ริบเครื่องยนต์เลื่อยวงเดือนและสายสะพายของกลาง ส่วนไม้ยางพาราแปรรูปมีไว้ไม่เป็นความผิด ให้คืนเจ้าของ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การตั้งโรงงานแปรรูปไม้ซึ่งมิใช่ไม้หวงห้ามโดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ อีกหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ตั้งโรงค้าไม้แปรรูป มีไม้สักแปรรูปไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครอง หรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน ๐.๒ ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครอง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่... จากบทบัญญัติมาตรานี้เห็นได้ว่า การตั้งโรงงานแปรรูปไม้จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้เสมอไป มิฉะนั้นถือเป็นความผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เพียงแต่มีการตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ แม้ยังมิได้แปรรูปไม้ก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว โรงงานแปรรูปไม้ที่ตั้งขึ้นจะใช้แปรรูปไม้หวงห้ามหรือมิใช่ไม้หวงห้ามจึงไม่เป็นข้อสำคัญ สำหรับ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๐ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑๖ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๖ บัญญัติว่า บทบัญญัติแห่งมาตรา ๔๘ มิให้ใช้บังคับในกรณีการแปรรูปไม้หรือมีไม้ไว้ในครอบครองที่มิใช่ไม้หวงห้ามนั้น เห็นว่าเป็นข้อยกเว้นเฉพาะกรณีการแปรรูปไม้ และมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองเท่านั้น กล่าวคือ ถ้าเป็นไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้ามย่อมแปรรูปหรือมีไว้ในครอบครองโดยไม่ต้องรับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนการตั้งโรงงานแปรรูปไม้หาได้อยู่ในข่ายข้อยกเว้นตามบทมาตราดังกล่าวไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1787/2523
พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์
นายวีระ รัตนภูมิ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายวีระ รัตนภูมิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายอนันต์ ไชยถาวร · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทิศ บุญชู |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา