⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1914/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1914/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และอาจเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ด้วย โดยถือเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

ที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตจากทางการให้อยู่อาศัย หากินเพราะจำเลยเคยทำกิจมาก่อน ต่อมาทางการได้ปลูกต้นไม้ ในที่ดินดังกล่าว จำเลยได้เข้าไปไถในที่เกิดเหตุเป็นเนื้อที่ 12 ไร่ ทำให้ต้นไม้ที่ทางการปลูกไว้เสียหาย ดังนี้จำเลยย่อมมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และ พระราชบัญญัติป่าไม้สงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 โดยถือว่า การกระทำของจำเลยเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตามความหมายแห่งมาตรา 14 ดังกล่าว (กรรมเดียวหลายบท)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ฯ ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจเข้าไปก่อสร้างครอบครองป่าสงวนแห่งชาติ หนองเม็กลุมพุก และได้ไถปลูกปอและยึดถือครอบครองเป็นเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ทำให้ต้นประดู่และต้นนนทรี ซึ่งปลูกใหม่เสียหาย ๑,๒๐๐ ต้น ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘ และ พระราชบัญญัติป่าไม้สงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔, ๓๑ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘ และ พระราชบัญญัติป่าไม้สงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔, ๓๑ ให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติป่าไม้สงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๒ ปี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยและบริวารออกจากป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้สงวนแห่งชาติ ผิดเฉพาะทำให้เสียทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายอาญา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติ แต่เนื่องจากจำเลยทำกินในที่พิพาทมาก่อน จึงได้รับผ่อนผันจากทางราชการให้อยู่อาศัยทำกินต่อไป ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๑ ทางราชการได้ปลูกต้นประดู่และต้นนนทรีลงในที่เกิดเหตุ ในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๒๒ จำเลยได้เข้าไปไถในที่เกิดเหตุเป็นเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ทำให้ต้นไม้ที่ทางราชการปลูกไว้ดังกล่าวเสียหาย การกระทำของจำเลยถือได้ว่า เป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา ๑๔ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1914/2523 พนักงานอัยการจังหวัดข่อนแก่น โจทก์ นายไสว เดชบุรัมย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดข่อนแก่น · จำเลย - นายไสว เดชบุรัมย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ ไวกาสี · วิทูร เทพพิทักษ์ · สุนทร วรรณแสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายมาโนชญ์ คงมนต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 6668/2551ฎีกา 6988/2540ฎีกา 3646/2565ฎีกา 705/2507ฎีกา 2560/2527ฎีกา 699/2502ฎีกา 4257/2530ฎีกา 15717/2553ฎีกา 231/2518ฎีกา 8275/2544ฎีกา 633/2540ฎีกา 3981/2534ฎีกา 5543/2534ฎีกา 1552/2568ฎีกา 1828/2523ฎีกา 6344/2531ฎีกา 3119/2558ฎีกา 1979/2542ฎีกา 4751/2568ฎีกา 3574/2525ฎีกา 4599/2566ฎีกา 1763/2506ฎีกา 2572/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา