⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2470/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2470/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำให้การเนื่องจากจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ เป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณาที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในระหว่างพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลชั้นต้นที่เมื่อไต่สวนแล้วเห็นว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ จึงมีคำสั่งไม่รับคำให้การมิใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 แต่เป็นการสั่งตาม มาตรา199 เป็นคำสั่งโดยปกติในระหว่างการพิจารณาของศาลก่อนที่จะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีอันไม่เข้ากรณีที่ระบุเป็นข้อยกเว้นไว้ตาม มาตรา227,228 จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้วพิพากษาคดีไปนั้นจึงไม่ชอบ และหามีผลแต่ประการใดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.199 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ให้นัดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่ามิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ขออนุญาตยื่นคำให้การพร้อมทั้งคำให้การยื่นมาด้วย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้รับคำให้การของจำเลยทั้งสองไว้ดำเนินการพิจารณาต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด จนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแล้วหลังจากนั้นจำเลยทั้งสองจึงมายื่นคำร้องว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ จึงขออนุญาตยื่นคำให้การพร้อมทั้งทำคำให้การมายื่นด้วย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ จึงมีคำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลย ดังนั้นคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 โดยที่ศาลชั้นต้นยังมิได้ตรวจดูคำให้การของจำเลยทั้งสองว่าจะเรียบร้อยหรือขาดตกบกพร่องประการใด คำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นนี้จึงไม่ใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 จึงอุทธรณ์ตามมาตรา 228(3) ไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นตามมาตรา 199 นี้ เป็นคำสั่งโดยปกติในระหว่างการพิจารณาของศาลก่อนที่จะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี อันไม่เข้ากรณีที่ระบุเป็นข้อยกเว้นไว้ตามมาตรา 227, 228 จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาแล้วพิพากษาคดีไปนั้นจึงไม่ชอบ และหามีผลแต่ประการใดไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2470/2523 นายหยี่สิ่ว หรือโกสิ่ว แซ่โก กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วน หมู่บ้านรินทร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหยี่สิ่ว หรือโกสิ่ว แซ่โก กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วน หมู่บ้านรินทร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · สนิท อังศุสิงห์ · วัฒน์ ผดุงจิตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1913/2520ฎีกา 1679/2540ฎีกา 4637/2567ฎีกา 733/2492ฎีกา 1383/2506ฎีกา 600/2492ฎีกา 1010/2520ฎีกา 1055/2510ฎีกา 7040/2543ฎีกา 864/2499ฎีกา 3474/2538ฎีกา 813/2528ฎีกา 8321/2551ฎีกา 2422/2525ฎีกา 3338-3339/2522ฎีกา 1068/2522ฎีกา 801/2515ฎีกา 401/2531ฎีกา 1070/2539ฎีกา 1137/2508ฎีกา 89/2502ฎีกา 941/2526ฎีกา 2220/2519ฎีกา 1209/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา