⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2678/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2678/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ไม่เป็นการยกเว้นให้ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ หากการประกอบกิจการโรงงานนั้นเข้าข่ายต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ด้วย

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงาน และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งออกให้ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 แต่โรงงานของจำเลยตั้งอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และทำการแปรรูปไม้ จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 19 กล่าวคือต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่อีกโสดหนึ่งด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2518 ม.19 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตั้งโรงงานทำการแปรรูปไม้และมีไม้สักแปรรูปจำนวน ๑๑ แผ่น ปริมาตรา ๐.๐๑ ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่อนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓, ๗๔, ๗๔ ทวิ, ๗๔ จัตวา, พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙, ๒๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗, ๙ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าท้องที่เกิดเหตุอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้จริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ครอบครองโดยไม่รับอนุญาต จำคุกจำเลย ๑ ปี ๖ เดือน และปรับ ๗,๕๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ ๒ ปี ส่วนข้อหาตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นให้ยก ริบไม้สักของกลางและให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดในข้อหาตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่รับอนุญาตอีกกระทงหนึ่ง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อหาตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามฟ้องของโจทก์นั้น จำเลยอ้างว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานและใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามเอกสารหมาย ล.๑, ล.๓ เห็นว่าใบอนุญาตดังกล่าวกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ออกให้ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ แต่โรงงานของจำเลยตั้งอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้และทำการแปรรูปไม้ จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙ กล่าวคือต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่อีกโสดหนึ่งด้วย เมื่อจำเลยไม่ได้รับอนุญาตตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยจึงหาพ้นความผิดตามฟ้องของโจทก์ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2678/2523 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายจันทร์ กันหมุด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · ล. - นายจันทร์ กันหมุด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี · สุนทร วรรณแสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายทองหล่อ โฉมงาม · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1483/2503ฎีกา 1230/2505ฎีกา 7305/2548ฎีกา 1276/2520ฎีกา 1312/2532ฎีกา 1572/2505ฎีกา 8297/2540ฎีกา 3956/2527ฎีกา 1459/2511ฎีกา 577/2532ฎีกา 591/2487ฎีกา 1230/2515ฎีกา 219/2532ฎีกา 3168/2531ฎีกา 270/2497ฎีกา 786/2519ฎีกา 503/2501ฎีกา 1328/2506ฎีกา 1594/2523ฎีกา 1550/2506ฎีกา 459/2567ฎีกา 550/2488ฎีกา 1132/2565ฎีกา 1003/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา