คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รถยนต์ที่ใช้บรรทุกไม้แปรรูปที่กระทำผิดกฎหมายป่าไม้ ถือเป็นยานพาหนะที่ใช้เป็นอุปกรณ์ในการกระทำผิด จึงต้องถูกริบตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีไม้ยางแปรรูปและไม้แปรรูปชนิดอื่นเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 เจ้าพนักงานจับได้ขณะที่จำเลยกำลังใช้รถยนต์ของกลางบรรทุกไม้ดังกล่าวอยู่ รถยนต์ของกลางย่อมเป็นยานพาหนะซึ่งได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำผิดตามมาตรา 48 ดังกล่าว จึงเป็นทรัพย์สินที่ต้องริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74 ทวิ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันมีไม้ยางแปรรูปและไม้แปรรูปชนิดอื่นซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ และบัญชีไม้หวงห้ามท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ ปริมาตรรวม ๑.๔๘๘ ลูกบาศก์เมตร เกินกว่า ๐.๒๐ ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองของจำเลยทั้งสาม ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย โดยใช้รถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน สบ.-๐๑๕๑๕ เป็นยานพาหนะขนส่งไม้แปรรูปดังกล่าว ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๗, ๔๗, ๔๘, ๗๓, ๗๔, ๗๔ ทวิ ฯลฯริบไม้แปรรูปและรถยนต์ของกลาง
จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ ฯลฯ จำคุกคนละ ๒ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๑ ปี ของกลางริบ
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ และจำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ขอให้คืนรถยนต์ของกลางด้วย
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ ๒ ปี ปรับคนละ ๕,๐๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๑ ปี ปรับคนละ ๒,๕๐๐ บาท โทษจำคุกจำเลยทั้งสามให้รอไว้ ๒ ปี คืนรถยนต์ของกลางให้แก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ริบรถยนต์ของกลาง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมีไม้ยางแปรรูปและไม้แปรรูปชนิดอื่นเกิน ๐.๒๐ ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ เจ้าพนักงานจับได้ขณะที่จำเลยกำลังใช้รถยนต์ของกลางบรรทุกไม้ดังกล่าวอยู่ รถยนต์ของกลางมิใช่ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรงตามนัยแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓ แต่เป็นยานพาหนะซึ่งได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตาม มาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ รถยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์สินที่ต้องริบตาม มาตรา ๗๔ ทวิ แห่งกฎหมายดังกล่าว
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถยนต์ของกลางด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2527
พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์
นายสุวรรณ แก่นพุทธา กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายสุวรรณ แก่นพุทธา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูเชิด รักตะบุตร์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสระบุรี - นายทวีสิทธิ์ คูณรัตนศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา