คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2877/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองแทนจะเปลี่ยนเป็นครอบครองปรปักษ์ได้ ต้องมีการแสดงเจตนาต่อเจ้าของทรัพย์สินโดยตรงว่าตนจะยึดถือทรัพย์สินนั้นเพื่อตนเอง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกันแล้วยอมให้จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาท การครอบครองที่พิพาทของจำเลยจึงเป็นการครอบครองแทนโจทก์ จำเลยจะครอบครองนานเท่าใดก็ไม่ได้สิทธิครอบครองเพราะจำเลยไม่ได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองไปยังโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์ตามฟ้อง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 1,200 บาทแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "อนึ่งที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ได้มอบที่พิพาทให้จำเลยครอบครอง จำเลยได้ครอบครองมาเกิน 1 ปีแล้ว โจทก์หมดสิทธิฟ้องเรียกคืนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อฟังว่าโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทั้งสองทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทกัน การที่จำเลยทั้งสองเข้าครอบครองที่พิพาทก็เป็นการครอบครองแทนโจทก์ จำเลยทั้งสองจะครอบครองนานเท่าใดก็ไม่ได้สิทธิครอบครอง เพราะจำเลยทั้งสองไม่ได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองไปยังโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยทั้งสอง"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2877/2523
นายสำราญ จาคพันธุ์อินทร์ กับพวก โจทก์
นายแสวง รอดชลาสินธุ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสำราญ จาคพันธุ์อินทร์ กับพวก · จำเลย - นายแสวง รอดชลาสินธุ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บรรเทอง ภู่กฤษณา · กุศล บุญยืน · ธาดา วัชรานันท์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา