⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3114/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ได้บอกกล่าวแก่เจ้าหนี้ว่าได้เตรียมการที่จะชำระหนี้ไว้พร้อมแล้ว ถือเป็นการขอปฏิบัติการชำระหนี้แล้ว เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องเสนอที่จะทำการชำระหนี้ตอบแทน หากเจ้าหนี้ไม่กระทำ ถือว่าเจ้าหนี้ผิดนัด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินโดยตกลงจะชำระราคาและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันภายในกำหนด 6 เดือน การที่โจทก์ผู้จะซื้อได้นัดหมายให้จำเลยไปทำนิติกรรมโอนขายที่ดินณ สำนักงานที่ดินภายในกำหนด 6 เดือนแล้ว ถือได้ว่าโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้ได้บอกกล่าวแก่จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้แล้วว่าได้เตรียมการที่จะชำระหนี้ไว้พร้อมแล้ว ให้จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้รับชำระหนี้นั้นคำบอกกล่าวของโจทก์จึงเสมอกับคำขอปฏิบัติการชำระหนี้แล้ว จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องเสนอที่จะทำการชำระหนี้ตอบแทน เมื่อจำเลยไม่กระทำ จำเลยจึงได้ชื่อว่าผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 210

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.208 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.210 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.211

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยตกลงซื้อขายที่ดินพิพาทในราคา 74,000 บาทโจทก์ชำระเงินมัดจำ 20,000 บาทแก่จำเลยแล้ว กำหนดโอนกรรมสิทธิ์กันภายใน 6 เดือน ต่อมาโจทก์นัดหมายให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์และรับเงินที่ค้าง 54,000 บาท จำเลยผิดนัดไม่ไปจดทะเบียนโอน ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเพราะหาเงินค่าที่ดินมาชำระให้โจทก์ไม่ได้ เมื่อครบกำหนด 6 เดือนจำเลยจึงริบมัดจำและบอกให้โจทก์ออกจากที่พิพาท โจทก์ไม่ยอมออก จึงขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์กับบริวารออกจากที่พิพาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์และรับเงิน 54,000 บาทจากโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า กรณีนี้เป็นเรื่องการซื้อขายที่ดินโจทก์มีหน้าที่ชำระเงินแก่จำเลย จำเลยมีหน้าที่ทำนิติกรรมโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ อันเป็นการปฏิบัติการชำระหนี้ตอบแทนแก่กันและกัน กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 208 วรรคสอง เมื่อโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้ได้ไปนัดหมายให้จำเลยเป็นเจ้าหนี้ไปทำนิติกรรมโอนขายที่ดินณ สำนักงานที่ดิน ภายในกำหนดเวลา 6 เดือนแล้ว ย่อมแสดงว่าโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้มีเงินแล้ว ถือได้ว่าโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้ได้บอกกล่าวแก่จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้แล้วว่าได้เตรียมการที่จะชำระหนี้ไว้พร้อมเพรียงแล้ว ให้จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้รับชำระหนี้นั้น อันเป็นการเพียงพอแล้ว คำบอกกล่าวของโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้จึงเสมอกับคำขอปฏิบัติการชำระหนี้แล้ว จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้จึงมีหน้าที่ต้องเสนอที่จะทำการชำระหนี้ตอบแทนตามที่จะพึงต้องทำ เมื่อจำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้ไม่กระทำ จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 210 จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2523 นายธวัชชัย รัตนสมบัติ โจทก์ นางสาวบุญช่วย หอระตะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธวัชชัย รัตนสมบัติ · จำเลย - นางสาวบุญช่วย หอระตะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท บุณยรังษี · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 42/2516ฎีกา 765/2506ฎีกา 1084/2511ฎีกา 308/2509ฎีกา 1265/2551ฎีกา 15383/2555ฎีกา 5952/2533ฎีกา 3547/2526ฎีกา 6375/2547ฎีกา 2755/2540ฎีกา 2009/2524ฎีกา 2827/2524ฎีกา 344/2515ฎีกา 2103/2532ฎีกา 1381/2492ฎีกา 1697/2500ฎีกา 1755/2527ฎีกา 2217/2528ฎีกา 1253/2530ฎีกา 3246/2525ฎีกา 948/2525ฎีกา 1745/2527ฎีกา 5740/2538ฎีกา 2105/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา