⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 561/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะพิพากษาแก้หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้เอง โดยไม่มีเหตุที่จะบังคับให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพื่อให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 คดีนี้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นและพิพากษาคดีไปตามประเด็นที่ได้ชี้สองสถานไว้แล้ว โดยมิได้ดำเนินคดีโดยมิชอบด้วยกระบวนพิจารณาแต่อย่างใด เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร ก็ชอบที่จะพิพากษาแก้ หรือกลับ ไม่มีเหตุที่จะบังคับให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วให้พิพากษาใหม่นั้นจึงมิชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาย่อมพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วให้พิพากษาใหม่ตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า สามีของจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าคณะกรรมการช่วยเหลือชาวนาชาวไร่ ยอมขายที่ดินมี ส.ค.๑ คืนให้โจทก์ ต่อมาสามีของจำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรม และจำเลยที่ ๑ ได้โอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยสมยอมและไม่สุจริต ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยร่วมกันขายที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันจำเลยที่ ๑ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อสามีจำเลยที่ ๑ ตายเกิน ๑ ปี คดีขาดอายุความ จำเลยที่ ๒ รับโอนโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ทั้งได้ครอบครองมาสองปีเศษแล้ว ไม่จำต้องโอนขายให้โจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ได้ครอบครองที่พิพาทเกิน ๑ ปีแล้ว จึงได้สิทธิครอบครอง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีมิใช่เป็นการแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ การยกเอาบทกฎหมายดังกล่าวมาปรับแล้วยกฟ้อง เป็นการวินิจฉัยไม่ตรงกับรูปคดี พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทของคู่ความจนสิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาตามรูปคดี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓ คดีนี้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นและพิพากษาคดีไปตามประเด็นที่ได้ชี้สองสถานไว้แล้ว ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินคดีโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาแต่อย่างใด เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร ก็ชอบที่จะพิพากษาแก้หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร ก็ชอบที่จะพิพากษาแก้หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นไปตามรูปคดี ไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะบังคับให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีใหม่ การที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีใหม่ จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปคดีค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเพื่อพิพากษาคดีใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2523 นางแสวง กลัดตลาด กับพวก โจทก์ นางทองดี กลับใจดี กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแสวง กลัดตลาด กับพวก · ล. - นางทองดี กลับใจดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายกนก พรรณรักษา · ศาลอุทธรณ์ - นายยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1178/2494ฎีกา 13043/2557ฎีกา 908/2513ฎีกา 3405/2537ฎีกา 7578/2538ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1058/2498ฎีกา 356/2530ฎีกา 734/2516ฎีกา 273/2501ฎีกา 345/2520ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 913/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา