คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 687-688/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลกำหนดประเด็นข้อพิพาทและลำดับการนำสืบแล้ว หากมีเหตุอันสมควรและเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ศาลอาจอนุญาตให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอ้างพยานเพิ่มเติมได้ แม้จะพ้นกำหนดเวลาที่ศาลกำหนดไว้แล้วก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ศาลให้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อนในประเด็นข้อ 1,3 แล้วให้จำเลยนำสืบแก้และนำสืบเกี่ยวกับฟ้องแย้งในประเด็นข้อ 2แล้วให้โจทก์นำสืบแก้อีกครั้งหนึ่งเมื่อโจทก์นำสืบในประเด็นข้อ 1,3 แล้วจำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มอ้างว่ายังมีพยานบุคคลและเอกสารซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีนี้อยู่จำเลยเพิ่งติดต่อได้และเพิ่งค้นหาพบพยานดังกล่าวเป็นสารสำคัญของคดีดังนี้ เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมคดีมีเหตุสมควรให้จำเลยอ้างพยานเพิ่มเติม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลศิลาสินลำปาง · จำเลย - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธาดา วัชรานันท์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จำรัส เขมะจารุ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา