⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 129/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 129/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายโคซึ่งเป็นสัตว์พาหนะที่โตแล้ว หากมิได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ถือเป็นโมฆะ ผู้ขายยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ ผู้ซื้อจึงไม่มีสิทธิร้องขอคืนของกลาง.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้และริบโค 2 ตัวกับเกวียน 1 เล่มของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่าของกลางเป็นของตน ตนมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ขอให้ศาลสั่งคืนของกลางดังกล่าวแก่ผู้ร้อง แต่ปรากฏว่า ผู้ร้องซื้อโคของกลางมาเมื่อโคทั้งสองโตเป็นสัตว์พาหนะแล้ว แต่การซื้อขายมิได้จดทะเบียนตามกฎหมาย การซื้อขายโคของกลางจึงเป็นโมฆะ ผู้ขายยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โคของกลางอยู่ ผู้ร้องจึงมิใช่เจ้าของแท้จริง อันจะมีสิทธิร้องขอคืนโคของกลางได้ตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 ม.4 พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 ม.8 พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฐานมีไม้หวงห้ามไม่รับอนุญาตและสั่งริบโค ๒ ตัวและเกวียน ๑ เล่มอันเป็นของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอของกลางคืน โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของของกลางดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ศาลชั้นต้นสั่งคืนของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องซื้อโคของกลาง มาแต่มิได้จดทะเบียนการซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๔ บัญญัติว่า สัตว์พาหนะหมายถึง ช้าง ม้า โค กระบือ พ่อ ลา ซึ่งได้ทำหรือต้องทำตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายดังกล่าว และมาตรา ๘ ของกฎหมายดังกล่าวบัญญัติรับอีกว่าเมื่อสัตว์เหล่านั้นใช้ขับขี่ลากเข็นหรือใช้งานได้แล้วจึงให้ถือว่าเป็นสัตว์พาหนะและให้เจ้าของนำสัตว์นั้นไปขอจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณโค ๒ ตัวของกลางปรากฏว่า ใช้ลากเข็นไม้แปรรูปหรือใช้งานแล้วจึงถือได้ว่าเป็นสัตว์พาหนะตามบทกฎหมายที่อ้างถึงเมื่อทำการซื้อขายก็ต้องจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณแล้วจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๑๔ เมื่อผู้ร้องและผู้ขายไม่ปฏิบัติดังกล่าว การซื้อขายโคของกลางจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕๖ ผู้ขายยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โคของกลางอยู่ ผู้ร้องจึงมิใช่เจ้าของแท้จริงอันจะมีสิทธิร้องขอคืนโคของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ทั้งนี้ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๒/๒๕๐๓ ระหว่างอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์นายเฉลิม พีระณรงค์ จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนโคของกลางแก่ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนเกวียนของกลางนั้น ตามฎีกาของโจทก์ไม่มีข้อความคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่สั่งคืนเกวียนของกลางแก่ผู้ร้องแต่อย่างใด คงมีแต่คำขอท้ายฎีกาให้ยกคำร้องขอคืนของกลางของผู้ร้องเท่านั้น จึงเป็นฎีกาที่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคแรก ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ จึงไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอคืนโค ๒ ตัว ของกลางเสียนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 129/2524 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ นายสมศักดิ์ เดชะบุญหรือเดชบุญ ล. นายคำตัน เดชบุญ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · ล. - นายสมศักดิ์ เดชะบุญหรือเดชบุญ · ผู้ร้อง - นายคำตัน เดชบุญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพะเยา - นายพิทยา บุญชู · ศาลอุทธรณ์ - นายแถมชัย กุลนานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 651/2507ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 144/2549ฎีกา 6848/2540ฎีกา 3145/2545ฎีกา 1037/2540ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535ฎีกา 1657/2503ฎีกา 1611/2497ฎีกา 663/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา