⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2059/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2059/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งมอบงานตามสัญญาจะถือเอาวันที่ผู้รับเหมาได้ส่งมอบงานจริงตามเจตนาของผู้รับเหมาเป็นสำคัญ แม้จะมีการส่งมอบก่อนกำหนด แต่มาแล้วเสร็จภายหลังกำหนด ก็ไม่ถือว่าเป็นการส่งมอบงานภายหลังกำหนดเพื่อการได้รับเงินชดเชย.

ย่อคำพิพากษา

คณะรัฐมนตรีมีมติให้ปรับปรุงราคาค่าก่อสร้างสถานที่ราชการเฉพาะงานก่อสร้างที่ค้างอยู่ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2517 เพื่อเป็นการชดเชยค่าก่อสร้างให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้างเนื่องจากเกิดวิกฤติกาลน้ำมันในปีพ.ศ.2517โดยให้คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงระบบก่อสร้างสถานที่ราชการและถาวรวัตถุของประเทศมีอำนาจวินิจฉัยข้อหารือจากส่วนราชการได้ตามที่เห็นสมควร และคณะกรรมการดังกล่าวได้ให้ความหมายงานส่วนที่ยังค้างอยู่ตามมติของคณะรัฐมนตรีว่าหมายถึงงวดงานที่ส่งมอบภายหลังวันที่ 24 มิถุนายน 2517และให้ถือเอาวันที่ผู้รับเหมาส่งมอบงานจริง ดังนั้นผู้รับเหมาก่อสร้างที่จะได้รับชดเชยค่าก่อสร้างจะต้องมีงวดงานที่ส่งมอบจริงภายหลังวันที่ 24 มิถุนายน 2517 งานงวดที่โจทก์ขอเงินค่าชดเชยนี้ โจทก์มีหนังสือส่งมอบงานก่อนวันที่ 24 มิถุนายน 2517 แม้การส่งมอบงานงวดดังกล่าวคณะกรรมการยังไม่รับมอบเพราะงานยังไม่แล้วเสร็จและมาแล้วเสร็จภายหลังวันที่ 24 มิถุนายน 2517 ก็ถือไม่ได้ว่ามีการส่งมอบงานภายหลังวันที่ 24มิถุนายน 2517 และการที่โจทก์ได้รับอนุมัติให้ต่ออายุสัญญาก็ถือได้เพียงว่าโจทก์มิได้ทำงานล่าช้ากว่ากำหนดเท่านั้น แต่การส่งงวดงานตามสัญญาก็ต้องถือตามเจตนาของโจทก์ที่ได้ส่งไว้แล้วก่อนวันที่ 24 มิถุนายน 2517 โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าก่อสร้าง จำเลยที่ 1 เป็นเพียงคู่สัญญากับโจทก์และเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องเงินชดเชยค่าก่อสร้างตามที่กำหนดไว้ในมติของคณะรัฐมนตรีแล้วเสนอเรื่องเพื่อขอรับงบประมาณเท่านั้น มิได้มีอำนาจอนุมัติดังนั้น แม้จำเลยที่ 1จะได้แจ้งโจทก์ว่าจำเลยที่ 1 อนุมัติในหลักการที่โจทก์ขอรับเงินชดเชยค่าก่อสร้าง ก็ไม่ทำให้โจทก์เกิดสิทธิเรียกร้องเงินค่าชดเชยดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักโดยกำหนดส่งมอบงานรวม ๖ งวด โจทก์ส่งมอบงานงวดที่ ๑ ถึง ๔ เรียบร้อยแล้ว เมื่อโจทก์เสนอส่งมอบงานงวดที่ ๕ และ ๖ คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจแล้วว่างานยังไม่เสร็จเรียบร้อยยังไม่ยอมรับโจทก์ได้ทำงานต่อจนเสร็จเรียบร้อย โจทก์มีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามมติของคณะรัฐมนตรี และจำเลยที่ ๑ มีคำสั่งอนุมัติแต่ต่อมาจำเลยที่ ๑ กลับปฏิเสธการจ่ายเงินดังกล่าวโดยอ้างว่าสำนักงบประมาณไม่อนุมัติ จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายเงินชดเชยค่าก่อสร้างแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามมติของคณะรัฐมนตรี เพราะโจทก์ส่งมอบงานงวดที่ ๕ และ ๖ ก่อนวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๗ จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับเงินชดเชยตามมติของคณะรัฐมนตรี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เงินชดเชยค่าก่อสร้างนี้ มิใช่หนี้ซึ่งเกิดขึ้นตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างเอกสารหมาย จ.๒โจทก์จะมีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าก่อสร้างหรือไม่ย่อมเป็นไปตามกฎเกณฑ์ตามมติของคณะรัฐมนตรี หนังสือสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ สร.๐๒๐๓/ว.๑๖ เรื่อง การชดเชยเงินค่าจ้างเหมาก่อสร้างให้ผู้รับเหมา คณะรัฐมนตรีมีมติได้ความว่า สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างที่ยังมีงานก่อสร้างค้างอยู่แต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๑๗ จึงจะได้รับการปรับปรุงราคาค่าก่อสร้างและมีมติให้คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงระบบการก่อสร้างสถานที่ราชการและถาวรวัตถุของประเทศมีอำนาจวินิจฉัยข้อหารือจากส่วนราชการได้ตามที่เห็นสมควรคณะกรรมการดังกล่าวได้ให้ความหมายงานส่วนที่ยังค้างอยู่ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไว้ตามหนังสือที่ อก.๐๒๐๑/๓๘๑๕ว่า ให้หมายความว่างวดงานที่ส่งมอบภายหลังวันที่ ๒๔ มิถุนายน๒๕๑๗ และคณะกรรมการดังกล่าวยังตอบข้อหารือของจำเลยที่ ๑อีกว่า งวดงานที่ส่งมอบภายหลังวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๗ ให้ถือเอาวันที่ผู้รับเหมาส่งมอบงานจริง ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๔ ดังนั้นผู้รับเหมาก่อสร้างที่จะได้รับชดเชยค่าก่อสร้างในการปรับปรุงราคาค่าก่อสร้าง จะต้องมีงวดงานที่ส่งมอบจริงภายหลังวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๗ งานงวดที่ ๕ งวดที่ ๖ ที่โจทก์ขอเงินค่าชดเชยนี้โจทก์มีหนังสือส่งมอบและขอรับเงินเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ และวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๑๗ ตามลำดับตามเอกสารหมาย ล.๑ และ ล.๒ จึงเป็นการส่งมอบงวดงานทั้งสองจริงแต่วันดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงไม่มีงวดงานที่ส่งมอบภายหลังวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๗ อีกแม้การส่งมอบงานทั้งสองงวดนั้น คณะกรรมการตรวจการจ้างของจำเลยยังไม่รับมอบ เพราะงานยังไม่แล้วเสร็จตามงวดของสัญญา โจทก์ต้องทำงานต่อไป งานงวดที่ ๕ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๑๗ งวดที่ ๖ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๙กรกฎาคม ๒๕๑๗ และคณะกรรมการตรวจการจ้างรับมอบงานทั้งสองงวดเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๑๗ ก็เป็นเพียงโจทก์ทำงานตามงวดที่ได้ส่งไว้แล้วให้เสร็จถูกต้องตามสัญญาเท่านั้นถือไม่ได้ว่ามีการส่งมอบงานขึ้นใหม่ภายหลังวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๗ และการที่โจทก์ทำงานเสร็จล่าช้าจากกำหนดตามสัญญาจึงถูกปรับ ๑๐๔ วัน โจทก์ขอต่ออายุสัญญาและได้รับอนุมัติให้ต่ออายุสัญญาได้ ๑๐๔ วัน ก็ถือได้เพียงว่าโจทก์มิได้ทำงานล่าช้าไปกว่ากำหนดตามสัญญาเป็นเหตุให้โจทก์ไม่ต้องถูกปรับเท่านั้นแต่การส่งงานตามงวดก็ต้องถือตามเจตนาของโจทก์ที่ได้ส่งไว้ตามเอกสารหมาย ล.๑ ล.๒ โจทก์จึงส่งมอบงานงวดที่ ๕ งวดที่ ๖ ไว้แล้วก่อนวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๗ คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงระบบการก่อสร้างสถานที่ราชการและถาวรวัตถุของประเทศ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้มีอำนาจวินิจฉัยข้อหารือจากส่วนราชการได้ตามที่เห็นสมควรก็ได้พิจารณาเรื่องราวหลักฐานเรื่องนี้ ตามที่สำนักงานงบประมาณส่งไปครั้งหนึ่ง และตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีส่งไปอีกครั้งหนึ่งคณะกรรมการดังกล่าวแล้วมีความเห็นทั้งสองครั้งว่าโจทก์ได้ส่งมอบงานก่อนกำหนดที่คณะรัฐมนตรีวางไว้ คือก่อนวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๗ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าก่อสร้างเช่นเดียวกัน ดังนั้นแม้จำเลยที่ ๑ มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบตามเอกสารหมาย จ.๒๒ ว่า จำเลยที่ ๑ อนุมัติในหลักการที่โจทก์ขอรับเงินชดเชยค่าก่อสร้าง ถ้าโจทก์พอใจในจำนวนเงินค่าชดเชย ก็ให้ยืนยันว่าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายและผลประโยชน์อีก และโจทก์ได้มีหนังสือแจ้งยืนยันดังกล่าวไปยังจำเลยที่ ๑ แล้ว แต่เห็นว่าเงินชดเชยค่าก่อสร้างนี้มิใช่หนี้ที่เกิดจากสัญญาจ้างเหมา โจทก์จะมีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าก่อสร้างหรือไม่ย่อมเป็นไปตามกฎเกณฑ์ตามมติของคณะรัฐมนตรีหากมีข้อสงสัยในทางปฏิบัติคณะรัฐมนตรีมอบให้คณะกรรมการฯ ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมีอำนาจวินิจฉัยดังได้กล่าวไว้แล้ว จำเลยที่ ๑ในฐานะเป็นคู่สัญญาเป็นเจ้าของเรื่องดำเนินการในเรื่องเงินชดเชยค่าก่อสร้างตามที่กำหนดไว้ในมติของคณะรัฐมนตรี ตามหนังสือที่ สร.๐๒๐๓/ว.๑๖ ข้อ ๑ แล้วเสนอเรื่องเพื่อขอรับงบประมาณเท่านั้นดังจะเห็นได้จากที่จำเลยที่ ๑ สั่งให้ปฏิบัติ ตามเอกสารหมาย จ.๖ ข้อ ๔.๔จำเลยที่ ๑ มิได้มีอำนาจอนุมัติ การกระทำของจำเลยที่ ๑ดังกล่าวแล้วแม้โจทก์สนองรับ ย่อมไม่ทำให้โจทก์เกิดสิทธิเรียกร้องเงินค่าชดเชยจากจำเลยทั้งสองได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2059/2524 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช.เชี่ยวเชิงชล โจทก์ กองทัพบก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช.เชี่ยวเชิงชล · จำเลย - กองทัพบก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จังหวัด แสงแข · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพจิตร วิเศษโกสิน · ศาลอุทธรณ์ - นายเธียร เจริญวัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 802/2544ฎีกา 7172/2542ฎีกา 2036/2542ฎีกา 4893/2533ฎีกา 8056/2540ฎีกา 406/2508ฎีกา 654/2541ฎีกา 5737/2552ฎีกา 4306/2528ฎีกา 258/2530ฎีกา 2908/2523ฎีกา 2131/2537ฎีกา 3049/2540ฎีกา 15233/2553ฎีกา 793/2507ฎีกา 145/2554ฎีกา 2364/2524ฎีกา 2382/2534ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2277/2543ฎีกา 593/2545ฎีกา 2501-2504/2521ฎีกา 158/2509ฎีกา 2794/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา