⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2176/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีสิทธิยึดหน่วงเงินค่าเช่าล่วงหน้าของจำเลยไว้เพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากการที่จำเลยอยู่โดยละเมิด และมีสิทธิหักกลบลบหนี้ได้เมื่อมูลหนี้มีวัตถุประสงค์เป็นเงินอย่างเดียวกันและถึงกำหนดชำระแล้ว

ย่อคำพิพากษา

เงินค่าเช่าล่วงหน้าเป็นเงินของจำเลยซึ่งโจทก์รับไว้ในความครอบครองโดยชอบ เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ยอมออกไปจากทรัพย์สินที่เช่าเมื่อการเช่าได้สิ้นสุดลงจึงเป็นการอยู่โดยละเมิด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ย่อมใช้สิทธิยึดหน่วงเงินจำนวนนี้ เพื่อรับการชดใช้ค่าเสียหายจากการที่จำเลยอยู่ในทรัพย์สินของโจทก์โดยละเมิดได้ และกรณีเช่นนี้ถือได้ว่าโจทก์จำเลยต่างอยู่ในฐานะเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่มีความผูกพันซึ่งกันและกัน โดยมูลหนี้อันมีวัตถุคือการชำระหนี้เป็นเงินอย่างเดียวกัน และต่างถึงกำหนดชำระแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิจะหักกลบลบหนี้จากที่ยึดหน่วงไว้นั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.241 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เท่าค่าเช่าเดือนละ 5,000 บาท ให้โจทก์คืนเงิน 50,000 บาท ให้จำเลยโดยให้โจทก์หักไว้เป็นค่าเสียหายได้จนครบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์รับเงินค่าเช่าล่วงหน้าจากจำเลยไว้เพียง 50,000 บาท ซึ่งเงินค่าเช่าล่วงหน้าจำนวนนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จะเป็นเงินของจำเลย แต่โจทก์รับไว้ในความครอบครองโดยชอบ เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ยอมออกไปจากทรัพย์สินที่เช่าเมื่อการเช่าได้สิ้นสุดไปแล้ว จึงเป็นการอยู่โดยละเมิด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิยึดหน่วงเงินจำนวนนี้เพื่อรับการชดใช้ค่าเสียหายที่จำเลยอยู่ในทรัพย์สินของโจทก์โดยละเมิด โจทก์มีสิทธิเรียกร้องขอบังคับได้ในจำนวนหนี้ที่แน่นอน ซึ่งบุคคลทั้งสองต่างอยู่ในฐานเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่มีความผูกพันซึ่งกันและกัน โดยมูลหนี้อันมีวัตถุคือการชำระหนี้เป็นเงินอย่างเดียวกัน และต่างถึงกำหนดชำระแล้วลูกหนี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมจะหลุดพ้นจากหนี้ของตนด้วยการหักกลบลบหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 และเห็นว่า ในกรณีของโจทก์ไม่จำต้องรับผิดเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินดังกล่าวด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2524 คุณหญิงสุภัทรา จงเจริญ โจทก์ นางเพ็ญศรี เตชะพูนผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - คุณหญิงสุภัทรา จงเจริญ · จำเลย - นางเพ็ญศรี เตชะพูนผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 3515/2532ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา