⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2178/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2178/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการของนิติบุคคลเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายอาญา สามารถดำเนินการร้องทุกข์หรือฟ้องคดีอาญาได้ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำแทน สำเนาใบเบิกพัสดุที่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนรายการเพื่อยักยอกทรัพย์ ไม่ถือเป็นเอกสารสิทธิ การกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมเพื่อยักยอกทรัพย์ ถือเป็นกรรมเดียวกันแต่มีความผิดต่อกฎหมายหลายบท หากมีการกระทำหลายครั้ง ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

เมื่อ อ. เป็นผู้จัดการของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมเป็นผู้เสียหายตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา2(4),5(3) ในอันที่จะดำเนินการร้องทุกข์หรือฟ้องร้องคดีอาญาด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำแทนได้(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 890/2503) สำเนาใบเบิกพัสดุที่เป็นเอกสารคู่ฉบับที่ผู้ขอเบิกพัสดุนำมาขอเบิกและรับพัสดุไปจากจำเลยตามรายการที่ขอเบิกและมอบให้จำเลยเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานการที่จำเลยแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนรายการของเพิ่มขึ้นนอกเหนือก็เพื่อใช้เอกสารที่ทำปลอมขึ้นนี้เพื่อยักยอกเอาพัสดุของโจทก์ร่วมซึ่งอยู่ในความดูแลรักษารับผิดชอบของจำเลยไปเป็นประโยชน์ของตนหรือผู้อื่นเป็นเพียงแต่การใช้เพื่ออำพรางความผิดของตนหาใช่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา1(9) ไม่ สำเนาใบเบิกพัสดุจึงไม่ใช่เอกสารสิทธิ ความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 มีลักษณะของการกระทำความผิดโดยเฉพาะและหนักเป็นกรณีพิเศษเมื่อโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา 354 แล้ว ศาลจะลงโทษตามบทมาตรานี้ไม่ได้ การที่จำเลยปลอมเอกสารและใช้เอกสารที่ทำปลอมขึ้นก็เพื่อใช้ในการยักยอกเอาทรัพย์ของโจทก์ร่วมไปในคราวเดียวกันย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกันแต่มีความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา90 แต่เมื่อจำเลยได้ทำปลอมเอกสารและใช้เอกสารที่ปลอมเพื่อใช้ยักยอกทรัพย์ของโจทก์ร่วม 22 ครั้ง มีจำนวนถึง 22 ฉบับการกระทำของจำเลยจึงถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.354

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของบริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทยจำกัด ในตำแหน่งหัวหน้าคลังพัสดุ ได้บังอาจปลอมใบเบิกพัสดุอันเป็นเอกสารสิทธิของนายจ้างรวม 22 ฉบับ เป็นราคาพัสดุ 6,960.60 บาท และบังอาจยักยอกเอาพัสดุในความดูแลของจำเลยไปรวมราคา 1,776,434.59 บาท และบังอาจลักเอาบัตรคุมพัสดุของผู้เสียหายไปจำนวน 400 ฉบับคิดเป็นเงิน100 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265,268, 335(11), 352, 353 ให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย บริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด ได้เข้าเป็นโจทก์ร่วม จำเลยแถลงขอต่อสู้คดีถือว่าจำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 อย่างละ 22 กระทง ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามมาตรา 265 เพียงฐานเดียว 22 กระทง ฐานยักยอกตามมาตรา 352, 354 ให้ลงโทษตามมาตรา 354 อีก 22 กระทง จำคุกกระทงละ 3 เดือน โจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ใบเบิกพัสดุไม่ใช่เอกสารสิทธิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 353 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้วจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 352 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก ศาลชั้นต้นลงโทษตามมาตรา 354 เป็นการพิพากษาเกินคำขอ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 และฐานยักยอกตามมาตรา 353 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ความผิดทั้งสองฐานมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 264 ประกอบด้วยมาตรา 268 จำคุกกระทงละ 3 เดือน รวม 22 กระทง โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา โดยจำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่าบริษัทโจทก์ร่วม โดยนายเอ็ดเวิร์ด เอส โคเฮน กรรมการผู้จัดการ ไม่มีอำนาจมอบให้บุคคลอื่นร้องทุกข์และดำเนินคดีแทน เพราะเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับของบริษัทโจทก์ร่วมในข้อที่ว่าการฟ้องร้องก็ดี หรือการเริ่มให้มีการฟ้องร้องก็ดี ย่อมเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริษัทเท่านั้นที่จะกระทำได้ การที่ผู้จัดการบริษัทโจทก์ร่วม มอบอำนาจให้บุคคลอื่นร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนก็ดี และการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วยพนักงานอัยการก็ดี เป็นการมอบอำนาจที่ไม่ชอบ การสอบสวนของพนักงานสอบสวน จึงเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ พนักงานอัยการย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายเอ็ดเวิร์ด เอส โคเฮน เป็นผู้จัดการบริษัทโจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4), 5(3) ในอันที่จะดำเนินการร้องทุกข์หรือฟ้องร้องคดีอาญาด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลทำการแทนได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 890/2503) ส่วนปัญหาว่าสำเนาใบเบิกพัสดุทั้ง 22 ฉบับ เป็นเอกสารสิทธิหรือไม่เห็นว่า สำเนาใบเบิกพัสดุดังกล่าวเป็นเอกสารคู่ฉบับที่ผู้ขอเบิกพัสดุนำมาขอเบิกและรับพัสดุไปจากจำเลยตามรายการที่ขอเบิก ด้วยการมอบเอกสารสำเนาใบเบิกดังกล่าวให้จำเลยเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานต่อการงานในหน้าที่ของจำเลย การที่จำเลยแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนรายการของเพิ่มขึ้นนอกเหนือก็เพื่อใช้เอกสารที่ทำปลอมขึ้นเพื่อยักยอกเอาพัสดุของโจทก์ร่วมซึ่งอยู่ในความดูแลรักษารับผิดชอบของจำเลยไป เพื่อเป็นประโยชน์ตนหรือผู้อื่นเป็นเพียงแต่การเพื่อใช้อำพรางการกระทำผิดของตน หาใช่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอนสงวน หรือระงับซึ่งสิทธิตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) ไม่ จึงถือไม่ได้ว่าสำเนาใบเบิกพัสดุดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิ ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า แม้ตามคำขอท้ายฟ้องจะไม่ได้อ้างมาตรา 354 ศาลก็ย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยตามมาตราดังกล่าวซึ่งเป็นฐานความผิดที่ถูกต้องได้นั้น เห็นว่าความผิดตามมาตรา 354 ได้บัญญัติลักษณะของการกระทำไว้โดยเฉพาะและหนักเป็นกรณีพิเศษ เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา 354 แล้ว ศาลจะพิพากษาลงโทษตามบทมาตรานี้ไม่ได้ เป็นการเกินคำขอ ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า การทำเอกสารปลอมก็ดี การใช้เอกสารปลอมก็ดีและการยักยอกพัสดุไปก็ดี เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน และจำเลยฎีกาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดเพียงกระทงเดียวนั้นเห็นว่า การปลอมเอกสารและใช้เอกสารที่ทำปลอมขึ้นก็เพื่อใช้ในการยักยอกเอาทรัพย์ของโจทก์ร่วมไปในคราวเดียวกัน ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวแต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ซึ่งให้ใช้กฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดเป็นบทลงโทษ แต่เมื่อจำเลยได้ทำปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม เพื่อใช้ยักยอกทรัพย์ของโจทก์ร่วม22 ครั้ง มีจำนวนถึง 22 ฉบับ การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตามมาตรา 91 ซึ่งให้ลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2178/2524 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ บริษัทจำกัดเอสโซ่แสตนดาร์ดแห่งประเทศไทย โจทก์ นายประทีป ณ นคร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - บริษัทจำกัดเอสโซ่แสตนดาร์ดแห่งประเทศไทย · จำเลย - นายประทีป ณ นคร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 831/2532ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1386/2521ฎีกา 2386/2541ฎีกา 786/2519ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 1408/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา