คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2183/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการวินิจฉัยข้อเท็จจริง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิด การที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตควรมีความผิดตามฟ้อง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 352 และ 83
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโดยฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนาฉ้อโกงหรือยักยอก โจทก์จะฎีกาอีกว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตควรมีความผิดตามฟ้องนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8)พ.ศ. 2517 มาตรา 8 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2183/2524
นางเค่งบ้วย แซ่เฮ้ง โจทก์
นายบัณฑิต สุวรรณนพคุณ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเค่งบ้วย แซ่เฮ้ง · จำเลย - นายบัณฑิต สุวรรณนพคุณ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พูน จักรเสน · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา