คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2913/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกข้อหาในศาลชั้นต้นแล้วอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้น ถือเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาโดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานว่าจำเลยมีความผิดและลงโทษตามฟ้องโจทก์โดยจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกข้อหาซึ่งมีข้อหาฐานมีลูกระเบิดไว้ในความครอบครองรวมอยู่ด้วยเช่นนี้ การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าลูกระเบิดไม่มีดินระเบิดและเชื้อปะทุจำเลยย่อมไม่มีความผิดข้อหามีลูกระเบิดจึงเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ซึ่งมิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามฟ้องแล้วศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นสอบโจทก์เกี่ยวกับรายงานการตรวจพิสูจน์ของกลางหรือสืบพยานผู้ตรวจพิสูจน์ของกลางอีกต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2523 จำเลยมีอาวุธปืนพกลูกซองสั้น ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนลูกซองจำนวน 5 นัด ใช้ยิงได้ ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ กับมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ 88 บ .67จำนวน 1 ลูก ไว้ในความครอบครอง และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปบริเวณหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและมิใช่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ เหตุเกิดที่ตำบลแม่ยางฮ่อ อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง เรียงกระทงลงโทษตามข้อหามีอาวุธปืนติดตัว ข้อหาฐานมีลูกระเบิด สำหรับข้อหาฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้ลงโทษข้อหาฐานมีอาวุธปืนซึ่งเป็นบทหนัก ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์ว่าลูกระเบิดไม่มีดินระเบิดและเชื้อปะทุ จำเลยจึงไม่มีความผิดสำหรับข้อหานี้
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสอบโจทก์เกี่ยวกับรายงานการตรวจพิสูจน์ของกลางแล้ววินิจฉัยว่าลูกระเบิดใช้การไม่ได้ พิพากษาแก้โทษสำหรับข้อหาฐานมีลูกระเบิด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยมีอาวุธปืนพกลูกซองสั้นจำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองจำนวน 5 นัด ลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารจำนวน 1 ลูก ไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาตจากนายทะเบียน และพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นได้พิพากษาโดยเห็นสมควรว่าไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไป ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง แต่จำเลยกลับอุทธรณ์ว่าลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารใช้การไม่ได้ เนื่องจากไม่มีดินระเบิดและเชื้อปะทุ จำเลยย่อมไม่มีความผิดฐานมีลูกระเบิดตามฟ้อง อุทธรณ์ดังกล่าวเป็นการโต้เถียงว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดฐานมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารตามฟ้องเท่ากับเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ซึ่งมิได้ว่ากันมาในศาลชั้นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสำหรับคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสอบโจทก์เกี่ยวกับรายงานการตรวจพิสูจน์ของกลางหรือให้ดำเนินการสืบพยานผู้ตรวจพิสูจน์ของกลางเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208(1)
พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2913/2524
พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายสมัย นันต๊ะแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายสมัย นันต๊ะแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · แต่ง ทองภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา