⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3224/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3224/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ฟ้องหรือเพิ่มเติมฟ้องในคดีอาญาที่ขอให้จำเลยคืนทรัพย์สินแก่เจ้าของ สามารถทำได้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา หากการแก้ฟ้องนั้นไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 กำหนดให้ พนักงานอัยการเรียกทรัพย์คืนแทนผู้เสียหายในฟ้องคดีอาญา คำขอ ดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องคดีอาญา การแก้ฟ้องหรือเพิ่มเติมฟ้องในคดีอาญาจึงเป็นไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163,164 โดยขอแก้ฟ้องได้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดี โจทก์ บรรยายฟ้องแล้วว่าจำเลยยักยอกเงินไปเป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งจำเลยก็ทราบดีแล้ว เพียงแต่โจทก์ขอแก้ฟ้องเป็นว่า ขอให้จำเลยคืนเงินจำนวนที่ยักยอกไปแก่เจ้าทรัพย์หาทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีไม่ จำเลยเบิกเงินทุนหมุนเวียนช่วยเหลือชาวนามาจากคลังจังหวัดโดยทำฎีกาเท็จ แล้วปลอมใบเสร็จรับเงินดังกล่าว ดังนี้ถ้าหากมีผู้รับเงินไปจริง ย่อมเป็นหน้าที่ของผู้รับเงินจะต้องทำใบเสร็จรับเงินมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงินไว้เป็นหลักฐาน จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยมีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสารคือใบเสร็จรับเงิน และถือไม่ได้ว่าจำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาใบเสร็จรับเงินดังกล่าวอันจะเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 ประมวลกฎหมายอาญา ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 เป็น 5 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี และมาตรา 264, 265 อีกกระทงหนึ่งจำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงิน 37,900 บาทแก่เจ้าทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 147 รวม 3 กระทง และผิดมาตรา 147, 162(1) ลงโทษตามมาตรา 147 บทหนัก จำคุกกระทงละ 5 ปีรวมเป็นจำคุก 20 ปี ผิด มาตรา 161, 265, 268 อีกกระทงหนึ่ง ลงโทษตามมาตรา 161 บทหนัก จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 22 ปี ลดโทษตามมาตรา 78ให้ 7 ปี คงจำคุก 15 ปี ให้คืนเงิน 35,882 บาทแก่เจ้าทรัพย์ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ ขอแก้ฟ้องโดยเพิ่มเติมเป็นว่า "ขอให้จำเลยคืนเงิน 37,800 บาทแก่เจ้าทรัพย์ด้วย" หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วเป็นการขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(น่าจะเป็นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง) มาตรา 180 และทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ขอให้ยกคำร้องนั้น เห็นว่า ในเรื่องขอให้คืนทรัพย์แก่ผู้เสียหายนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43บัญญัติว่า "คดีลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกงยักยอกหรือรับของโจร ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญาก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายด้วย" เป็นการกำหนดให้พนักงานอัยการเรียกทรัพย์คืนแทนผู้เสียหายในฟ้องคดีอาญา ดังนี้ คำขอดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องคดีอาญา การแก้ฟ้องหรือเพิ่มเติมฟ้องในคดีอาญาจึงเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 163 มาตรา 164 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยโจทก์ขอแก้ฟ้องได้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีและโจทก์ได้บรรยายฟ้องแล้วว่าจำเลยยักยอกเงินไปเป็นจำนวนเท่าใดซึ่งจำเลยก็ทราบดีแล้ว ฉะนั้นเพียงแต่โจทก์ขอแก้ฟ้องเป็นว่าขอให้จำเลยคืนเงินจำนวนที่จำเลยยักยอกไปแก่เจ้าทรัพย์ หาทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีไม่" ฯลฯ "แต่อย่างไรก็ดี ถ้าหากมีผู้รับเงินรายนี้ไปจริงก็ย่อมเป็นหน้าที่ของผู้รับเงินจะต้องทำใบเสร็จรับเงินมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงินไว้เป็นหลักฐาน กรณีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยมีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสารคืนใบเสร็จรับเงินและถือไม่ได้ด้วยว่าจำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาใบเสร็จรับเงินดังกล่าว อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยการกระทำของจำเลยเป็นเพียงการกระทำผิดฐานปลอมเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 เท่านั้น" ฯลฯ "พิพากษาแก้เฉพาะกระทงความผิดที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161, 265, 268 อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษตามมาตรา 161 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม มาตรา 90เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษตามมาตรา 268 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3224/2524 อัยการนนทบุรี โจทก์ นายวิทูร สุคนธชาติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการนนทบุรี · จำเลย - นายวิทูร สุคนธชาติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · จังหวัด แสงแข · อาจ ปัญญาดิลก
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1650/2492ฎีกา 2714/2526ฎีกา 2665/2515ฎีกา 4081/2564ฎีกา 4141-4142/2565ฎีกา 236/2513ฎีกา 48/2486ฎีกา 387/2482ฎีกา 2389/2525ฎีกา 2907/2526ฎีกา 313/2526ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 9860/2552ฎีกา 4575/2551ฎีกา 2947/2529ฎีกา 982-983/2505ฎีกา 222/2530ฎีกา 344/2484ฎีกา 4547/2530ฎีกา 3523/2528ฎีกา 534/2487ฎีกา 364/2494ฎีกา 807/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา