⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3304/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3304/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ถูกฟ้องในคดีอาญาเดียวกันกับคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ย่อมเป็นอันระงับไปตามกฎหมาย แม้โจทก์ในคดีใหม่จะต่างจากคดีเดิมก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ข้อกล่าวหาที่อ้างว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดคดีนี้กับคดีสองสำนวนคดีก่อนเป็นการกล่าวอ้างถึงการกระทำความผิดของจำเลยอย่างเดียวกัน คือกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามบุกรุกรบกวนการครอบครองที่ดินอันเป็นกรณีพิพาทรายเดียวกันวันเวลาที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดก็อยู่ในช่วงเดียวกันถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกัน คดีสองสำนวนก่อนศาลได้พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 โดยวินิจฉัยว่าการกระทำไม่เป็นความผิด และคำพิพากษาดังกล่าวได้ถึงที่สุดไปแล้ว แม้โจทก์คดีนี้จะมิใช่เป็นคนเดียวกับโจทก์ในคดีก่อนก็ตาม ก็ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 อีก แต่คดีสำหรับจำเลยที่ 3 นั้น ไม่ปรากฏว่าได้ถูกฟ้องในคดีสองสำนวนก่อนด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเข้าไปยกแผงและโต๊ะของโจทก์ไปจากที่ตั้งทำการค้า แล้วนำเอาตู้อบขนมปังมาตั้งแทนที่ เป็นการรบกวนการครอบครองทำการค้าของโจทก์บนที่ดินซึ่งโจทก์เป็นผู้ได้รับอาศัยและครอบครองจากนายยงยุทธด้วยความปกติสุขตลอดขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕(๒)(๓), ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล มีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดคดีนี้ เป็นทางเดินส่วนบุคคลบนที่ดินส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๑๓๖๑๒ ของนายยงยุทธ เทียนประทุมเป็นทางอยู่หน้าห้องแถวของนายยงยุทธเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวที่ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และบุคคลอื่นเช่า ก่อนโจทก์นำคดีนี้มาฟ้อง นายยงยุทธเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเคยฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นจำเลยในข้อหาความผิดฐานบุกรุกโดยกล่าวหาว่าเมื่อระหว่างวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๒ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันบุกรุกด้วยการนำเอาตู้อบขนมปังไปวางและล่ามโซ่ไว้บนทางอันเป็นข้อพิพาทในที่ดินแปลงเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๔๗๗๖/๒๕๒๒ นอกจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จะถูกฟ้องตามสำนวนคดีดังกล่าวแล้วเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ ยังถูกพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๑ ถึงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๒๒ จำเลยที่ ๑ ได้ยุยงส่งเสริมและอนุญาตให้พวกของจำเลยที่ ๑ เข้าไปตั้งแผงลอยวางหาบเร่ทำการขายอาหารและผลไม้บนที่ดินเป็นการรบกวนการครอบครองของนายยงยุทธ อันเป็นการกระทำความผิดฐานบุกรุกในที่ดินแห่งเดียวกันนี้อีกคดีหนึ่ง ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๓๙๗๕/๒๕๒๒ คดีอาญาทั้งสองสำนวนดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งรวมการพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ดังปรากฏตามคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๙๘๕, ๘๙๘๖/๒๕๒๒ ของศาลอาญา ในปัญหาที่ว่าการกระทำตามฟ้องโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดคดีนี้เป็นกรรมเดียวกับการกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่นายยงยุทธและพนักงานอัยการโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามคดีสองสำนวนก่อนหรือไม่นั้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้ออ้างที่กล่าวหาจำเลยทั้งสามกระทำความผิดคดีนี้กับคดีสองสำนวนดังกล่าวข้างต้น เป็นการกล่าวอ้างถึงการกระทำความผิดของจำเลยอย่างเดียวกัน คือกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามบุกรุกรบกวนการครอบครองที่ดินอันเป็นกรณีพิพาทรายเดียวกันวันเวลาที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดก็อยู่ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามตลอดจนข้อเท็จจริงและรายละเอียดอันเกี่ยวกับวันเวลาและสถานที่ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกัน คดีสองสำนวนก่อนศาลได้พิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่เป็นความผิดเพราะจำเลยที่ ๑ สำคัญผิดในสิทธิของตน ไม่มีเจตนาบุกรุกและไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมยกตู้อบขนมปังมาตั้งไว้ และคำพิพากษาดังกล่าวได้ถึงที่สุดแล้วเพราะไม่ปรากฏว่ามีฝ่ายใดโต้แย้งเป็นอย่างอื่น แม้โจทก์ในคดีนี้จะมิใช่เป็นคนเดียวกับโจทก์ในคดีก่อนก็ตาม ก็ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดนั้นได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วดังนั้นสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔)โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อีก แต่คดีสำหรับจำเลยที่ ๓ นั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๓ ถูกฟ้องในคดีอาญาสองคดีก่อนด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๓ เป็นคดีนี้ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3304/2524 นางดวงรัตน์ กันตามระ โจทก์ นายสุจินต์ ศักดาวงศ์เสรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางดวงรัตน์ กันตามระ · จำเลย - นายสุจินต์ ศักดาวงศ์เสรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายชลิต ประไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1979/2521ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2936/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 435/2535ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1386/2521ฎีกา 9368/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา