⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 43/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องไม่ได้ เว้นแต่จะเลิกจ้างเพราะเหตุที่ลูกจ้างกระทำการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แม้จะมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ให้นายจ้างมีสิทธิยุบงาน ก็ไม่ทำให้นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มีข้อความชัดแจ้งเป็นการห้ามนายจ้างเลิกจ้างบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่เลิกจ้างเพราะเหตุที่บุคคลนั้นกระทำการตามที่ระบุไว้ การเลิกจ้างเพราะยุบงานไม่อยู่ในข้อยกเว้น จึงอาจเป็นการฝ่าฝืนมาตรานี้ได้ และแม้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์ผู้เป็นนายจ้างกับสหภาพแรงงานที่ให้โจทก์มีสิทธิยุบงานจะใช้บังคับ ก็หามีผลให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะเลิกจ้างได้โดยไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 123 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนด้วยไม่ จำเลยที่ 13 ที่ 14 และ ฮ. เป็นพนักงานส่งของของโจทก์ และเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 13 ที่ 14 และ ฮ. เพราะโจทก์ยุบงานแผนกส่งของ แล้วจ้างเหมาบุคคลภายนอกให้ทำการขนส่งและคุมสินค้าแทนเพื่อตัดรายจ่าย เป็นกรณีไม่มีความจำเป็นเพียงพอ จึงเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 123

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.123

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทโจทก์จ้าง ฮ. ส. ช. และบุคคลอื่นรวม ๗ คนเป็นพนักงานส่งของ แผนกส่งของ ต่อมาโจทก์ยุบเลิกแผนกนี้ให้บุคคลภายนอกดำเนินการแทนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ต้องเลิกจ้างลูกจ้าง ๗ คน รวมทั้ง ฮ. ส. และ ช. โดยโจทก์ได้จ่ายค่าชดเชยใช้ตามกฎหมาย บุคคลทั้งสามได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กล่าวหาว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย จำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยชี้ขาดว่า การที่โจทก์เลิกจ้างบุคคลทั้งสามเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่ ฮ. ส. และ ช. โจทก์ไม่เห็นด้วยเพราะโจทก์กับสหภาพแรงงานดีทแฮล์มได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกัน ซึ่งโจทก์มีสิทธิจะยุบงาน (LAY OFF) ได้ โจทก์เลิกจ้างลูกจ้างทั้งเจ็ดคนโดยมิได้กลั่นแกล้ง การที่โจทก์ยุบเลิกงานและเลิกจ้างเป็นการใช้สิทธิจัดการธุรกิจโดยสุจริตซึ่งโจทก์มีสิทธิกระทำได้ ขอให้ศาลพิพากษาว่า คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไม่ชอบ ให้เพิกถอนเสีย และถือว่าการที่โจทก์เลิกจ้าง ฮ. ส. และ ช. เป็นการถูกต้องแล้ว โดยโจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายตามคำสั่งนั้น จำเลยให้การว่า คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชอบแล้วภาวะการเงินของโจทก์อยู่ในฐานะดี ได้กำไรมาตลอด แผนกส่งของมิได้ถูกยุบเสียแต่สับเปลี่ยนไปว่าจ้างบุคคลภายนอกทำแทน ฮ. ส. และ ช. เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานดีทแฮล์มและเครือสัมพันธ์ เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เกี่ยวกับขัอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวยังมีผลบังคับ การที่โจทก์เลิกจ้างบุคคลทั้งสามจึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ ก่อนวันนัดพิจารณา ส. และ ช. ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมทั้งสองให้การว่า คำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชอบแล้ว ข้อตกลงเกี่ยวกับสหภาพการจ้างที่โจทก์กล่าวอ้างมิได้ให้อำนาจโจทก์ที่จะกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ได้ จำเลยร่วมทั้งสองถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด จำเลยร่วมทั้งสองอายุมากแล้ว ภาวะการว่างงานมีอัตราสูง ทำให้หางานยาก ศาลแรงงานกลางให้เรียกจำเลยร่วมทั้งสองเป็นจำเลยที่ ๑๓ ที่ ๑๔ และวินิจฉัยว่า โจทก์ให้บุคคลภายนอกรับเหมางานในแผนกส่งของไปทำ มิใช่การยุบงานตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เป็นการเลิกจ้างซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ ค่าเสียหายคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ใช้ดุลพินิจกำหนดสมควารแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ บัญญัติว่า "ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับ ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง กรรมการอนุกรรมการ หรือสมาชิกสหภาพแรงงานหรือกรรมการ หรืออนุกรรมการสัมพันธ์แรงงานซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่ ..." เห็นว่า บทบัญญัตินี้มีข้อความชัดแจ้งเป็นการห้ามนายจ้างเลิกจ้างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่เลิกจ้างเพราะเหตุที่บุคคลนั้นกระทำการตามที่ระบุไว้ การเลิกจ้างเพราะยุบงานไม่อยู่ในข้อยกเว้น ดังนั้น แม้โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑๓ ที่ ๑๔ และ ฮ. เพราะยุบงาน การกระทำของโจทก์ก็อาจเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ ได้ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีข้อความว่า " ๗ สหภาพรับรองว่าฝ่ายจัดการมีสิทธิดำเนินกิจการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และจัดการธุรกิจใด ๆ ของบริษัทซึ่งรวมทั้ง แต่ไม่จำกัดต้อง มีสิทธิ .... ๗.๘ ยุบงาน (LAY OFF)" นั้น แม้จะใช้บังคับได้แต่หามีผลให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะเลิกจ้างได้โดยไม่อยู่บังคับมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนด้วยไม่ ได้ความว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑๓ ที่ ๑๔ และ ฮ. พนักงานส่งของ เพราะโจทก์ยุบงานแผนกส่งของแล้วจ้างเหมาบุคคลภายนอกให้ทำการขนส่งและคุมสินค้าแทน เพื่อตัดรายจ่าย เห็นว่าเป็นกรณีไม่มีความจำเป็นเพียงพอ จึงเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2524 บริษัทดีทแฮล์ม จำกัด ฯ โจทก์ นายจำรูญ เจริญกุล กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทดีทแฮล์ม จำกัด ฯ · ล. - นายจำรูญ เจริญกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · ธาดา วัชรานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1446/2512ฎีกา 2014/2506ฎีกา 2546/2518ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1364/2514ฎีกา 4257/2530ฎีกา 768/2533ฎีกา 3251/2534ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 3943/2557ฎีกา 1730/2513ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2839/2527ฎีกา 2657/2534ฎีกา 3842/2526ฎีกา 7420/2537ฎีกา 1392/2544ฎีกา 2501-2504/2521ฎีกา 672/2519ฎีกา 6192/2533ฎีกา 299/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา