⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 566/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หน่วยงานของรัฐที่รู้เห็นยินยอมให้หน่วยงานในสังกัดทำสัญญาและได้รับประโยชน์ตอบแทน จะปฏิเสธความรับผิดตามสัญญาโดยอ้างว่าเป็นการกระทำนอกวัตถุประสงค์หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

กองสวัสดิการ กรมตำรวจ ด้วยการรู้เห็นยินยอมของกรมตำรวจเคยจัดสรรที่ดินให้ประชาชนโดยทั่วๆ ไปเช่าซื้อ เมื่อ ผู้เช่าซื้อชำระราคาครบถ้วนแล้วก็ทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้ สำหรับที่ดินรายพิพาทนี้ ก่อนที่จะนำออกจัดสรรได้ประกาศโฆษณาให้ประชาชนได้ทราบโดยเปิดเผย โจทก์เชื่อ โดยสุจริตว่ากองสวัสดิการมีอำนาจหน้าที่ในการจัดสรรที่ดิน ให้เช่าซื้อได้ จึงได้ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินพิพาทกับ กองสวัสดิการ และได้ชำระเงินโดยครบถ้วน แต่ทาง กองสวัสดิการไม่สามารถโอนที่พิพาทให้แก่โจทก์ได้เพราะ เจ้าหน้าที่ทุจริต กรมตำรวจจึงได้มีคำสั่งให้รีบดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์และผู้เช่าซื้อที่ชำระราคาที่ดินครบถ้วน ดังนี้ต่อมากรมตำรวจจะปฏิเสธความรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อโดยอ้างว่าไม่รู้และยินยอมให้กองสวัสดิการเชิดตัวเองออกแทนกรมตำรวจในการทำสัญญาเช่าซื้อหาได้ไม่ กรมตำรวจรู้และยินยอมให้กองสวัสดิการซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์แทน และได้รับ ผลประโยชน์ตอบแทนด้วย ดังนี้จะปฏิเสธความรับผิดชดใช้ ค่าเสียหายแก่โจทก์เพราะเหตุกองสวัสดิการผิดสัญญา โดยอ้าง ว่าเป็นเรื่องนอกวัตถุประสงค์และนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ของกรมตำรวจหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลและเป็นเจ้าสังกัดของกองสวัสดิการ โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินมีโฉนดหนึ่งแปลงกับกองสวัสดิการและชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยไม่โอนกรรมสิทธิ์ให้ตามสัญญาจึงขอให้ศาลพิพากษาและบังคับให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวหรือชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ร่วมกับกองสวัสดิการทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ ไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ และจำเลยไม่มีวัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่ในการให้เช่าซื้อที่ดิน หรือรู้แล้วยอมให้กองสวัสดิการเชิดตัวเองออกเป็นตัวแทนของจำเลยในการเช่าซื้อที่ดิน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ถ้าโอนไม่ได้ให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนจัดสรรที่ดินพิพาท กองสวัสดิการด้วยการรู้เห็นยินยอมของจำเลย เคยจัดสรรที่ดินแห่งอื่นให้ประชาชนโดยทั่ว ๆ ไปทำสัญญาเช่าซื้อ เมื่อผู้เช่าซื้อชำระราคาครบถ้วนกองสวัสดิการก็ได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้ทุกราย สำหรับที่ดินพิพาทรายนี้ ก่อนที่จะนำออกจัดสรรได้ประกาศโฆษณาให้ประชาชนได้ทราบโดยเปิดเผย โจทก์เชื่อโดยสุจริตว่ากองสวัสดิการมีอำนาจหน้าที่ในการจัดสรรที่ดินให้เช่าซื้อได้ จึงได้ทำสัญญาเช่าซื้อกับกองสวัสดิการและได้ชำระเงินจนครบถ้วน แต่กองสวัสดิการไม่สามารถโอนที่พิพาทให้แก่โจทก์ได้เพราะเจ้าหน้าที่ทุจริต กรมตำรวจจำเลยจึงมีคำสั่งให้กองสวัสดิการรีบดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์และผู้เช่าซื้อที่ชำระราคาที่ดินครบถ้วน ดังนี้กรมตำรวจจำเลยจะปฏิเสธว่า ไม่รู้และยินยอมให้กองสวัสดิการเชิดตัวเองออกแทนกรมตำรวจในการทำสัญญาเช่าซื้อหาได้ไม่ เมื่อกรมตำรวจจำเลยรู้และยินยอมให้กองสวัสดิการซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์แทน และได้รับผลประโยชน์ตอบแทนด้วย ดังนี้จะปฏิเสธความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพราะเหตุกองสวัสดิการผิดสัญญาโดยอ้างว่าเป็นเรื่องนอกวัตถุประสงค์และนอกเหนืออำนาจหน้าที่หาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2524 นางฉะเพาะ เอี่ยมศิลา โจทก์ กรมตำรวจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางฉะเพาะ เอี่ยมศิลา · จำเลย - กรมตำรวจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ · พูน จักรเสน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 990/2514ฎีกา 702/2517ฎีกา 6567/2544ฎีกา 3489/2536ฎีกา 597/2534ฎีกา 2766/2528ฎีกา 2763/2536ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 1117/2527ฎีกา 694/2531ฎีกา 2159/2542ฎีกา 397/2554ฎีกา 3834/2526ฎีกา 1384/2518ฎีกา 449/2519ฎีกา 6542/2552ฎีกา 442/2496ฎีกา 7954/2538ฎีกา 7848/2553ฎีกา 4879/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 4117/2566ฎีกา 1122/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา