⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1463/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2525

ป.พ.พ. ม.386

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาต่างตอบแทน เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิกสัญญาโดยพลการไม่ได้ เว้นแต่จะมีข้อตกลงให้บอกเลิกสัญญาได้ หรือมีกฎหมายให้อำนาจไว้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญากันโดยจำเลยยอมแบ่งที่นาพิพาทให้โจทก์และโจทก์ยอมยกกระบือและแบ่งเงินกับข้าวเปลือกให้จำเลย สัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยจะบอกเลิกสัญญากับโจทก์ได้จะต้องมีเหตุที่ระบุไว้ในข้อสัญญาว่าให้บอกเลิกสัญญาได้ หรือมีเหตุอื่นที่กฎหมายให้อำนาจจำเลยบอกเลิกสัญญาได้ จำเลยจะบอกเลิกสัญญาโดยอ้างเหตุแต่เพียงว่าข้อสัญญาไม่เป็นไปตามความประสงค์ของจำเลย โดยโจทก์ไม่ยินยอมด้วยหาได้ไม่ เพราะโจทก์มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาและตามข้อสัญญาก็มิได้ให้สิทธิจำเลยที่จะ เลิกสัญญาเพราะเหตุดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาแบ่งทรัพย์สินซึ่งบิดามารดาของโจทก์จำเลยทำมาหาได้ด้วยกัน โดยจำเลยยอมแบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์ ส่วนโจทก์ยินยอมยกกระบือข้าวเปลือกและเงินให้จำเลย จำเลยไม่ไปจดทะเบียนแบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนแบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยจะแบ่งที่ดินให้โจทก์โดยมีเงื่อนไขว่า โจทก์ต้องยอมให้จำเลยอาศัยอยู่ด้วยตลอดไป แต่สัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องไม่ได้ระบุเงื่อนไขให้ครบถ้วน จำเลยจึงได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยไม่ได้ยินยอมแบ่งที่พิพาทให้โจทก์โดยเสน่หา แต่โจทก์ได้ยินยอมยกกระบือและแบ่งเงินกับข้าวเปลือกให้จำเลยในคราวเดียวกันด้วย โจทก์จำเลยต่างมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้ซึ่งกันและกัน สัญญาดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนข้อที่จำเลยอ้างว่าได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้วนั้น เห็นว่าเหตุที่จำเลยจะเลิกสัญญาได้จะต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้ในข้อสัญญา หรือมีเหตุอื่นที่กฎหมายให้อำนาจจำเลยบอกเลิกสัญญาไว้ ดังนั้น จำเลยจะบอกเลิกสัญญาโดยอ้างเหตุแต่เพียงว่า ข้อสัญญาไม่เป็นไปตามความประสงค์ของจำเลยโดยโจทก์ไม่ยินยอมหาได้ไม่ เพราะไม่ใช่เป็นเหตุจากฝ่ายโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาแต่ประการใด และตามข้อสัญญาก็มิได้ให้สิทธิจำเลยที่จำขอเลิกสัญญาเพราะเหตุดังกล่าวได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2525 นายปิ่น แดงดารา โจทก์ นางสาวเสริง แดงดารา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปิ่น แดงดารา · จำเลย - นางสาวเสริง แดงดารา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม บรรลือสินธุ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · กิติ บูรพรรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายสุธี เทพสิทธา · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 5434/2536ฎีกา 615/2531ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1567/2513ฎีกา 1453/2542ฎีกา 601/2537ฎีกา 3379/2545ฎีกา 1709/2520ฎีกา 2851/2541ฎีกา 1409/2537ฎีกา 1376/2512ฎีกา 1448/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา