คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุชักนำให้เข้าทำสัญญาประกัน ย่อมนำสืบได้โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวไว้ในฟ้อง และหาจำต้องนำสืบถึงรายละเอียดของข้อเท็จจริงนั้นไม่
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องไล่เบี้ยจำเลยในฐานะที่โจทก์เป็นผู้ค้ำประกัน และผู้จำนองประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลย การที่โจทก์นำสืบว่าโจทก์จำเลยและบุคคลอื่นเข้าหุ้นส่วนกันรับเหมาก่อสร้างโรงเรียน อันเป็นการนำสืบถึงความเกี่ยวพันระหว่างบุคคลอันเป็นเหตุชักนำให้โจทก์เข้าทำสัญญาค้ำประกันและจำนอง โจทก์ย่อมนำสืบได้โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวไว้ในฟ้อง และการนำสืบถึงข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ประเด็นดังกล่าวนี้ หาจำต้องนำสืบถึงรายละเอียดและแสดงพยานหลักฐานการลงหุ้น การประมูลการก่อสร้างหรือรายละเอียดอย่างอื่นไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ค้ำประกันการเบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยทั้งสองจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนต่อธนาคารกรุงเทพ จำกัด และโจทก์ได้นำโฉนดที่ดินมาจำนองประกันหนี้ดังกล่าวด้วย จำเลยทั้งสองเป็นหนี้เบิกเงินเกินบัญชี ๑๔๕,๕๐๐ บาท แล้วไม่ชำระหนี้ โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันและจำนองจึงชำระหนี้จำนวนดังกล่าวให้ธนาคารไปแล้ว จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยกู้เบิกเงินเกินบัญชีแทนโจทก์ตามที่โจทก์ขอร้อง เมื่อจำเลยได้รับอนุมัติแล้วก็ออกเช็คเบิกเงินจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาทส่วนอีก ๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์ให้จำเลยยืมเป็นทุนหมุนเวียน ซึ่งต่อมาจำเลยใช้คืนแก่โจทก์แล้ว
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนตามฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ เบิกเงินเกินบัญชีมาเพื่อจำเลยที่ ๑ เอง หาใช่เบิกมาให้โจทก์ไม่ ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องค้ำประกัน จำนองและการใช้สิทธิไล่เบี้ยแต่นำสืบว่าเป็นเรื่องหุ้นส่วน ไม่ตรงตามคำฟ้องและประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาเห็นว่า การนำสืบของโจทก์ดังกล่าวเป็นการนำสืบถึงความเกี่ยวพันระหว่างโจทก์จำเลยและบุคคลอื่น อันเป็นเหตุที่ชักนำให้โจทก์เข้าทำสัญญาค้ำประกันและจำนองเป็นประกันหนี้โจทก์ย่อมนำสืบได้โดยไม่จำต้องกล่าวไว้ในคำฟ้อง หาผิดกระบวนพิจารณาไม่ และฎีกาข้อที่ว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานแสดงการเป็นหุ้นส่วน ไม่มีหลักฐานการลงหุ้น ไม่มีหลักฐานการซื้อวัสดุก่อสร้างกับการประมูลก่อสร้างโรงเรียนพยานโจทก์มิได้เบิกความถึงรายละเอียดต่าง ๆ เช่นจำนวนเงินที่ยื่นประมูลโรงเรียนที่จะทำการก่อสร้างตั้งอยู่ที่ไหน กำหนดการก่อสร้างจะแล้วเสร็จเมื่อใด คนงานมีจำนวนเท่าใด เป็นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์นำสืบถึงข้อเหล่านี้เพื่อแสดงว่าโจทก์ สามีโจทก์ จำเลย และนายเสน่ห์เข้าหุ้นกันทำการก่อสร้างโรงเรียน มีการจ่ายเงินทดรองให้กันก่อน อันเป็นข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ประเด็นแห่งคดี การนำสืบข้อดังกล่าวหาจำต้องมีรายละเอียดและพยานหลักฐานดังที่จำเลยฎีกาไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2525
นางประวิง ขำประสิทธิ์ โดย นายเลี่ยม ขำประสิทธิ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภูมิพัฒนาคอนสตัคชั่น กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางประวิง ขำประสิทธิ์ โดย นายเลี่ยม ขำประสิทธิ์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภูมิพัฒนาคอนสตัคชั่น กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สหัส สิงหวิริยะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายดุสิต โทบุราณ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา