⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1514/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุชักนำให้เข้าทำสัญญาประกัน ย่อมนำสืบได้โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวไว้ในฟ้อง และหาจำต้องนำสืบถึงรายละเอียดของข้อเท็จจริงนั้นไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องไล่เบี้ยจำเลยในฐานะที่โจทก์เป็นผู้ค้ำประกัน และผู้จำนองประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลย การที่โจทก์นำสืบว่าโจทก์จำเลยและบุคคลอื่นเข้าหุ้นส่วนกันรับเหมาก่อสร้างโรงเรียน อันเป็นการนำสืบถึงความเกี่ยวพันระหว่างบุคคลอันเป็นเหตุชักนำให้โจทก์เข้าทำสัญญาค้ำประกันและจำนอง โจทก์ย่อมนำสืบได้โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวไว้ในฟ้อง และการนำสืบถึงข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ประเด็นดังกล่าวนี้ หาจำต้องนำสืบถึงรายละเอียดและแสดงพยานหลักฐานการลงหุ้น การประมูลการก่อสร้างหรือรายละเอียดอย่างอื่นไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ค้ำประกันการเบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยทั้งสองจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนต่อธนาคารกรุงเทพ จำกัด และโจทก์ได้นำโฉนดที่ดินมาจำนองประกันหนี้ดังกล่าวด้วย จำเลยทั้งสองเป็นหนี้เบิกเงินเกินบัญชี ๑๔๕,๕๐๐ บาท แล้วไม่ชำระหนี้ โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันและจำนองจึงชำระหนี้จำนวนดังกล่าวให้ธนาคารไปแล้ว จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยกู้เบิกเงินเกินบัญชีแทนโจทก์ตามที่โจทก์ขอร้อง เมื่อจำเลยได้รับอนุมัติแล้วก็ออกเช็คเบิกเงินจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาทส่วนอีก ๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์ให้จำเลยยืมเป็นทุนหมุนเวียน ซึ่งต่อมาจำเลยใช้คืนแก่โจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนตามฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ เบิกเงินเกินบัญชีมาเพื่อจำเลยที่ ๑ เอง หาใช่เบิกมาให้โจทก์ไม่ ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องค้ำประกัน จำนองและการใช้สิทธิไล่เบี้ยแต่นำสืบว่าเป็นเรื่องหุ้นส่วน ไม่ตรงตามคำฟ้องและประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาเห็นว่า การนำสืบของโจทก์ดังกล่าวเป็นการนำสืบถึงความเกี่ยวพันระหว่างโจทก์จำเลยและบุคคลอื่น อันเป็นเหตุที่ชักนำให้โจทก์เข้าทำสัญญาค้ำประกันและจำนองเป็นประกันหนี้โจทก์ย่อมนำสืบได้โดยไม่จำต้องกล่าวไว้ในคำฟ้อง หาผิดกระบวนพิจารณาไม่ และฎีกาข้อที่ว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานแสดงการเป็นหุ้นส่วน ไม่มีหลักฐานการลงหุ้น ไม่มีหลักฐานการซื้อวัสดุก่อสร้างกับการประมูลก่อสร้างโรงเรียนพยานโจทก์มิได้เบิกความถึงรายละเอียดต่าง ๆ เช่นจำนวนเงินที่ยื่นประมูลโรงเรียนที่จะทำการก่อสร้างตั้งอยู่ที่ไหน กำหนดการก่อสร้างจะแล้วเสร็จเมื่อใด คนงานมีจำนวนเท่าใด เป็นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์นำสืบถึงข้อเหล่านี้เพื่อแสดงว่าโจทก์ สามีโจทก์ จำเลย และนายเสน่ห์เข้าหุ้นกันทำการก่อสร้างโรงเรียน มีการจ่ายเงินทดรองให้กันก่อน อันเป็นข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ประเด็นแห่งคดี การนำสืบข้อดังกล่าวหาจำต้องมีรายละเอียดและพยานหลักฐานดังที่จำเลยฎีกาไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2525 นางประวิง ขำประสิทธิ์ โดย นายเลี่ยม ขำประสิทธิ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภูมิพัฒนาคอนสตัคชั่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประวิง ขำประสิทธิ์ โดย นายเลี่ยม ขำประสิทธิ์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภูมิพัฒนาคอนสตัคชั่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สหัส สิงหวิริยะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายดุสิต โทบุราณ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1913/2520ฎีกา 324/2504ฎีกา 2307/2518ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 149/2526ฎีกา 269/2520ฎีกา 1969/2515ฎีกา 1384/2518ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7937/2538ฎีกา 235/2538ฎีกา 8358/2538ฎีกา 1162/2515ฎีกา 583/2506ฎีกา 1234/2508ฎีกา 960/2544ฎีกา 3801/2565ฎีกา 1275/2482ฎีกา 1658/2534ฎีกา 812/2547ฎีกา 3352/2529ฎีกา 1652/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา