⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1539/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2525

ป.วิ.อาญา ม.219

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยมอบตัวแก่บิดาเพื่อคุมความประพฤติ โดยมีเงื่อนไขและกำหนดโทษปรับหากผิดเงื่อนไข ถือเป็นการลงโทษที่เบากว่าโทษจำคุกตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 9 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้มอบตัวจำเลยแก่บิดาจำเลย ให้บิดาจำเลยระวังมิให้จำเลยก่อเหตุร้ายภายในกำหนด 3 ปี มิฉะนั้นให้บิดาจำเลยชำระเงินต่อศาลครั้งละ 500 บาท ทุกครั้งที่จำเลยก่อเหตุร้ายขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 75 ประกอบด้วย มาตรา 74 วิธีการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากำหนดนี้เบากว่าโทษจำคุก ดังนั้นจึงถือว่าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกว่าจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจรรถจักรยานยนต์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๔, ๓๓๕, ๓๕๗ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๓๓๕ จำเลยทั้งสองอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยคนละ ๙ เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มอบตัวจำเลยทั้งสองให้แก่บิดาไปโดยให้ศาลชั้นต้นวางข้อกำหนดให้บิดาจำเลยทั้งสองระวังจำเลยทั้งสองมิให้ก่อเหตุร้ายภายในกำหนด ๓ ปี หากจำเลยทั้งสองก่อเหตุร้าย ให้บิดาจำเลยทั้งสองชำระเงินต่อศาลชั้นต้นครั้งละ ๕๐๐ บาททุกครั้ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ ประกอบด้วยมาตรา ๗๔ แต่ถ้าบิดาจำเลยทั้งสองไม่ยอมรับข้อกำหนดดังกล่าว ก็ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยคนละ ๙ เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้มอบตัวจำเลยให้แก่บิดาไป โดยให้ศาลชั้นต้นวางข้อกำหนดให้บิดาจำเลยระวังมิให้จำเลยทั้งสองก่อเหตุร้ายขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด หากจำเลยทั้งสองก่อเหตุร้ายขึ้น ให้บิดาจำเลยชำระเงินต่อศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ ประกอบด้วยมาตรา ๗๔ วิธีการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากำหนดขึ้นดังกล่าวนั้นเบากว่าโทษจำคุก ดังนั้นจึงถือว่าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกว่าจำคุก ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๙ การที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้ พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2525 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายธีระพงษ์ คลังเรือง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นายธีระพงษ์ คลังเรือง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายชวลิต ตุลยสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5088/2563ฎีกา 2360/2539ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 887/2503ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2151/2529ฎีกา 686/2523ฎีกา 767/2490ฎีกา 34/2491ฎีกา 7603/2551ฎีกา 3789/2532ฎีกา 1821/2493ฎีกา 6121/2548ฎีกา 1918-1919/2492ฎีกา 1050/2514ฎีกา 729/2494ฎีกา 140/2509ฎีกา 1036/2507ฎีกา 174/2490ฎีกา 259/2492ฎีกา 1884/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา