คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ในชั้นขอคืนของกลาง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าอุปกรณ์โต๊ะบิลเลียดเป็นของผู้ร้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์ดังนั้นฎีกาของโจทก์ว่า อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ใช่ของผู้ร้องจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ชั้นขอคืนของกลาง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คืนของกลางตามขอแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ทางพิจารณาได้ความในเบื้องต้นว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โต๊ะบิลเลียดของกลาง มีผู้นำโต๊ะบิลเลียดดังกล่าวไปตั้งที่สมาคมมวยอาชีพแห่งประเทศไทย วันเวลาเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้ ในขณะที่จำเลยทั้งสองใช้โต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ของกลางเล่นการพนัน พนันทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
พิเคราะห์แล้ว ปัญหาข้อแรกที่ต้องวินิจฉัยมีว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองหรือไม่ ผู้ร้องเบิกความว่าผู้ร้องได้ให้นางไข่มุกข์ ยนตรกิจ เช่าโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ของกลาง เมื่อต้นปีพ.ศ. 2520 ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.1 แล้วนางไข่มุกข์ นำไปตั้งที่สมาคมมวยอาชีพแห่งประเทศไทย และผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง คำของผู้ร้องดังกล่าวมีนางไข่มุกข์ ยนตรกิจ เบิกความสนับสนุน แม้ลายมือชื่อผู้เช่าในเอกสารหมาย ร.1 จะเขียนว่า "นางไข่มุกข์ ยนตรกิจ" ซึ่งแตกต่างกับลายมือชื่อพยานผู้ร้องในบันทึกคำเบิกความของพยานตามสำนวนอันดับ 22 ที่เขียนว่า "นางไข่มุกข์ ยนตรกิจ" แต่ลายมือชื่อทั้งสองดังกล่าวมีรูปร่างและลีลาการเขียนคล้ายกัน คงผิดกันเฉพาะอักษรที่ใช้เป็นตัวการันต์ชื่อเท่านั้น เชื่อว่านางไข่มุกข์ ยนตรกิจ พยานผู้ร้องเป็นคนเดียวกันกับนางไข่มุกข์ ยนตรกิจผู้เช่าโต๊ะบิลเลียดของผู้ร้อง ส่วนโจทก์ไม่มีพยานมาสืบหักล้างให้รับฟังเป็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงเชื่อได้ตามที่ผู้ร้องนำสืบว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง
ปัญหาข้อต่อไปที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลไม่ควรคืนอุปกรณ์โต๊ะบิลเลียดของกลางให้แก่ผู้ร้อง เพราะสัญญาเช่าระหว่างผู้ร้องกับนางไข่มุกข์ไม่ได้ระบุให้แน่ชัดว่าอุปกรณ์โต๊ะบิลเลียดมีอะไรบ้างนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาว่าอุปกรณ์โต๊ะบิลเลียดมิใช่เป็นของผู้ร้อง ไม่ควรคืนให้แก่ผู้ร้อง ปัญหาดังกล่าวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า อุปกรณ์โต๊ะบิลเลียดเป็นของผู้ร้อง ซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2525
อัยการกรมอัยการ โจทก์
นายโกวิทย์ ไชยวสุ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายโกวิทย์ ไชยวสุ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา