⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1738/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัมปทานบัตรเพื่อการลงทุนประกอบการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเป็นสัญญาที่คู่สัญญามีสิทธิและหน้าที่ตามข้อกำหนด หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา คู่สัญญาอีกฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้

ย่อคำพิพากษา

สัมปทานบัตรเพื่อการลงทุนประกอบการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมในที่ดินที่กระทรวงมหาดไทยจำเลยออกให้โจทก์ก็คือสัญญาระหว่างรัฐกับโจทก์ ทั้งสองฝ่ายต่างมีสิทธิและหน้าที่ที่ จะต้องปฏิบัติต่อกันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัมปทานบัตร และในส่วนที่ไม่ได้ระบุไว้ก็ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉะนั้นแม้ไม่ได้ระบุถึงสิทธิของผู้รับสัมปทานในการที่จะขอยกเลิก สัมปทานบัตร ก็หาใช่ว่าโจทก์จะไม่มีสิทธิบอกเลิกไม่ เมื่อโจทก์ใช้สิทธิ บอกเลิกสัมปทานบัตรแล้ว คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 และหากการบอกเลิก เป็นเพราะจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย จากจำเลยได้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "สัมปทานบัตรที่จำเลยที่ 1 ออกให้โจทก์ก็คือ สัญญาระหว่างรัฐกับโจทก์นั่นเอง ทั้งสองฝ่ายต่างมีสิทธิและหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อกันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัมปทานบัตร และในส่วนที่สัมปทานบัตรไม่ได้ระบุไว้ ก็ต้องเป็นไปตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ กล่าวโดยเฉพาะในกรณีนี้ก็คือ สิทธิในการขอยกเลิกสัมปทาน ซึ่งระบุไว้เฉพาะสิทธิของผู้ให้สัมปทานว่าจะยกเลิกหรือเพิกถอนสัมปทานบัตรได้ในกรณีใดบ้าง แต่ไม่ได้ระบุถึงสิทธิของผู้รับสัมปทานในการที่จะขอยกเลิกสัมปทานบัตร สิทธิของโจทก์ในการขอยกเลิกสัมปทานบัตรจึงมีอยู่เฉพาะที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ หาใช่ว่าโจทก์จะไม่มีสิทธิบอกเลิกสัมปทานบัตรดังที่จำเลยต่อสู้ในคำให้การไม่ เมื่อโจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัมปทานบัตรแล้ว คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391และหากว่าการบอกเลิกสัมปทานบัตรเป็นเพราะจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้ด้วย ปัญหาเรื่องจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัมปทานบัตรหรือไม่นั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ได้ปฏิบัติตนเป็นปฎิปักษ์ขัดขวางมิให้โจทก์เข้าดำเนินการในที่ดินสัมปทานของโจทก์โดยไม่ชอบด้วยข้อกำหนดในสัมปทานบัตรและกฎหมายเป็นการรอนสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของโจทก์รายละเอียดปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์แล้ว จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยทำนองเดียวกันว่า การที่จำเลยสั่งห้ามโจทก์เข้าดำเนินกิจการในที่ดินสัมปทานชั่วคราวนั้นเป็นการใช้อำนาจตามสัมปทานบัตร ข้อ 18 ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยสั่งห้ามโจทก์เข้าดำเนินกิจการในที่ดินสัมปทานทั้งหมดหรือบางส่วนนั้น คู่ความได้โต้แย้งกันตลอดมาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเข้าครอบครองหรือควบคุมกิจการสัมปทานทั้งหมดหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดชั่วคราว โดยรัฐบาลเห็นว่า การกระทำกิจการที่ได้รับสัมปทานนี้จะเป็นเหตุกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือความผาสุกแห่งสาธารณชนหรือทำลายความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงภายในประเทศตามสัมปทานบัตรข้อ 18 หรือไม่ โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า ไม่ใช่กรณีที่จำเลยมีอำนาจกระทำได้ตามสัมปทานบัตรข้อ 18 แต่เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำของจำเลยที่ขัดขวางมิให้โจทก์เข้าดำเนินกิจการในที่ดินสัมปทาน ส่วนจำเลยให้การว่าเป็นการเข้าครอบครองหรือควบคุมกิจการตามข้อ 18 ในสัมปทานบัตร ซึ่งศาลชั้นต้นก็ได้กำหนดประเด็นข้อนี้ไว้แล้วในข้อ 4 โดยให้จำเลยเป็นฝ่ายนำสืบก่อน ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นการใช้อำนาจตามสัมปทานบัตรข้อ 18 นั้น เป็นการวินิจฉัยโดยฟังตามข้ออ้างของจำเลยแต่ฝ่ายเดียว โจทก์ยังไม่ได้นำสืบหักล้าง ส่วนที่ศาลล่างทั้งสองอ้างสัมปทานบัตรข้อ 29 ว่าเมื่อสัมปทานบัตรถูกยกเลิกไปแล้ว ผู้รับสัมปทานจะยกเอาเหตุที่ต้องเลิกสัมปทานมาเป็นข้อเรียกร้องความเสียหายจากผู้ให้สัมปทานหรือรัฐบาลมิได้เป็นอันขาด เมื่อโจทก์บอกเลิกสัมปทาน โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยนั้นเห็นว่าสัมปทานบัตรข้อ 29 มีข้อความว่า "ในการที่สัมปทานต้องถูกยกเลิกตามความในหมวดนี้ ผู้รับสัมปทานจะยกเอาเหตุที่ต้องเลิกสัมปทานมาเป็นข้อเรียกร้องความเสียหายจากผู้ให้สัมปทานหรือรัฐบาลมิได้เป็นอันขาด" ที่ว่าสัมปทานต้องถูกยกเลิกตามความในหมวดนี้ก็คือ หมวดที่ว่าด้วยการยกเลิกเพิกถอนและสิ้นอายุของสัมปทาน ซึ่งมีข้อความกำหนดไว้ว่าผู้ให้สัมปทานมีอำนาจยกเลิกหรือเพิกถอนสัมปทานบัตรในกรณีใดบ้างและ เฉพาะการยกเลิกหรือเพิกถอนสัมปทานบัตรในกรณีดังกล่าวเท่านั้นที่สัมปทานบัตรข้อ 29 ห้ามผู้รับสัมปทานเรียกร้องความเสียหายจากผู้ให้สัมปทานหรือรัฐบาลแต่คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์บอกเลิกสัมปทานบัตรโดยอ้างว่าจำเลยเป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัมปทานบัตรและเรียกค่าเสียหายจากจำเลย จึงจะนำสัมปทานบัตรข้อ 29 มาใช้บังคับไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงที่จะต้องฟังต่อไปว่า โจทก์บอกเลิกสัมปทานบัตรโดยจำเลยเป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัมปทานบัตรหรือไม่ถ้าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัมปทานบัตร โจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด การที่ศาลล่างทั้งสองงดสืบพยานเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อพิพากษาคดีใหม่" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2525 นางปราณีต สุคันธวณิช โจทก์ กระทรวงมหาดไทย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปราณีต สุคันธวณิช · จำเลย - กระทรวงมหาดไทย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · นิยม ติวุตานนท์ · ดุสิต วราโห
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2467/2526ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 560/2553ฎีกา 4015/2528ฎีกา 2409/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 4873/2528ฎีกา 5434/2536ฎีกา 8021/2549ฎีกา 615/2531ฎีกา 1627/2505ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 1453/2542ฎีกา 601/2537ฎีกา 1928/2531ฎีกา 279/2513ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา