⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2416/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2416/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งได้ทรัพย์สินไปจากการบังคับคดีตามคำพิพากษา ย่อมถือว่าเป็นการได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ จึงไม่ใช่ลาภมิควรได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์จะต้องชำระเงินให้แก่จำเลยตามคำพิพากษา เรียกไม่ได้ว่าจำเลยได้มาซึ่งทรัพย์โดยปราศจากมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย จึงไม่ใช่ลาภมิควรได้โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขอให้จำเลยงดการบังคับคดีซึ่งจำเลยมีสิทธิบังคับคดีได้ในคดีก่อนนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ในคดีก่อนจำเลยฟ้องเรียกเงินจากโจทก์ คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินจำนวนหนึ่งพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยขณะนี้จำเลยกำลังบังคับคดีเอากับทรัพย์สินของโจทก์ เนื่องจากในคดีก่อนนั้นโจทก์และจำเลยต่างอ้างหนังสือสัญญาคนละฉบับเป็นพยาน มีข้อความตรงกันว่าจำเลยได้จ่ายเงิน ๓๕๐,๐๐๐ บาท ไถ่จำนองที่ดินแปลงหนึ่งจากบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตให้โจทก์ และโจทก์ยอมใช้เงินนั้นให้แก่จำเลยโดยจะชำระให้ต่อเมื่อโจทก์นำที่ดินดังกล่าวไปจำนองหรือขาย ถ้าจำนองหรือขายยังไม่ได้ จำเลยจะเรียกเอาเงินจำนวนนี้ยังไม่ได้แต่ศาลฎีกากลับพิพากษาให้โจทก์ใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลย เป็นการคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและหลักฐานในสำนวน จึงเป็นลาภมิควรได้ จำเลยไม่มีอำนาจที่จะบังคับคดีเอากับทรัพย์สินของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า คดีเรื่องก่อนและคดีนี้เป็นเรื่องเดียวกันโจทก์จะนำคดีมาฟ้องอีกไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำ หากจะถือเป็นเรื่องนิติกรรมที่มีเงื่อนไขบังคับก่อนนิติกรรมนั้นก็เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒ จำนวนเงินที่โจทก์จะต้องชำระให้แก่จำเลยในคดีก่อน เป็นหนี้ตามคำพิพากษา มิใช่ลาภมิควรได้การฟ้องคดีนี้เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง จำเลยต้องเสียค่าจ้างทนายความ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จึงฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระเงิน๑๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้ง และสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ได้ความว่าในคดีแพ่งเรื่องก่อนศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน ๓๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนคดีถึงที่สุด จำเลยจึงกลับมาฟ้องโจทก์เป็นจำเลยคดีนี้ โดยอ้างว่า คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อนคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง และหลักฐานในสำนวน ดังนั้น จำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อนจึงเป็นลาภมิควรได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๐๖ นั้น จะต้องเป็นเรื่องที่บุคคลได้มาซึ่งทรัพย์สิ่งใด เพราะการที่บุคคลอีกคนหนึ่งกระทำเพื่อชำระหนี้ หรือได้มาด้วยประการอื่นโดยปราศจากมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย การที่โจทก์จะต้องชำระเงินให้แก่จำเลยตามคำพิพากษาของศาลนั้น เรียกไม่ได้ว่าจำเลยได้มาซึ่งทรัพย์โดยปราศจากมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยระงับการบังคับคดี หรืองดการเรียกเงินจากโจทก์ในคดีก่อน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2416/2525 นายเสวก ทินกร ณ อยุธยา โจทก์ นายสุเทพ รังษีวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสวก ทินกร ณ อยุธยา · จำเลย - นายสุเทพ รังษีวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2300/2533ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 2484/2516ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 484/2536ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา