⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2802/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแถลงรับข้อเท็จจริงบางประการอันเป็นประเด็นข้อพิพาท เมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติไม่จำต้องสืบพยานต่อไป ศาลย่อมมีอำนาจสั่งงดสืบพยานและพิพากษาคดีได้ สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ แม้จะมีการตกลงกันเป็นระยะเวลาก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าที่พิพาทได้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ออกโฉนดเป็นส่วนสัดแล้วจำเลยไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศัยอยู่ในที่พิพาท ประสงค์จะขอทำกินต่อไปอีก 5 ปี โจทก์ไม่ยินยอม คำแถลงของโจทก์จำเลยตามที่ศาลชั้นต้นจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าว มิใช่เป็นการแถลงข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ที่จะทำการเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันในข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 20 เท่านั้น แต่เป็นการแถลงรับข้อเท็จจริงบางประการอันเป็นประเด็นข้อพิพาทเมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติไม่จำต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป ก็ย่อมมีอำนาจที่จะสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและพิพากษาคดีไปได้ จำเลยให้การต่อสู้คดีว่ามีสิทธิเหนือพื้นดินในที่พิพาทโดยให้ค่าตอบแทนโจทก์เป็นรายปี เท่ากับเป็นเรื่องจำเลยเช่าที่พิพาทของโจทก์ เมื่อการเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแม้จำเลยจะกล่าวอ้างว่าโจทก์ยอมให้อยู่ในที่พิพาทอีก 15 ปีก็ตามจำเลยก็ไม่อาจยกสิทธิที่เกี่ยวกับสัญญาเช่าขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้ให้เช่าได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 การที่จำเลยอาศัยอยู่ในที่พิพาทจึงเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.20 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้ร่วมกันออกเงินซื้อที่ดินโดยลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน จำเลยขอเช่าทำบ่อเลี้ยงปลา ไม่ได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือ ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงแบ่งแยกที่ดินออกเป็นส่วนสัด และโจทก์ยังคงให้จำเลยเช่าที่พิพาทส่วนของโจทก์เพื่อเลี้ยงปลาแต่หลังจากแบ่งแยกที่ดินแล้วจำเลยไม่ชำระค่าเช่า จึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ไม่เคยทำสัญญาเช่าที่ดินกับโจทก์ จำเลยเข้าไปอยู่ในที่พิพาทในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม และมีสิทธิเหนือพื้นดินที่พิพาทโดยจำเลยให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่โจทก์เป็นรายปี โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสิทธิเหนือพื้นดินของจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาท ๒ ข้อคือ ๑. โจทก์ที่ ๓, ที่ ๔, ที่ ๕ และที่ ๖ มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ๒. จำเลยอาศัยอยู่ในที่พิพาทโดยละเมิดสิทธิของโจทก์หรือไม่เพียงใด โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าที่พิพาทได้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ออกโฉนดเป็นส่วนสัดแล้ว จำเลยไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศัยอยู่ในที่พิพาทโดยใช้เป็นที่เลี้ยงปลามาประมาณ ๑๐ ปีแล้ว จำเลยประสงค์จะขอทำกินในที่พิพาทต่อไปอีก ๕ ปี เนื่องจากจำเลยได้ปรับปรุงที่ดินให้เป็นบ่อปลาใช้เงินทุนไปจำนวนมาก โจทก์ไม่ยินยอมที่จะให้จำเลยทำกินในที่พิพาทอีกต่อไป เพราะโจทก์จะเข้าไปทำกินในที่ดินส่วนของตน โจทก์ได้ส่งสำเนาทะเบียนบ้านเพื่อเป็นหลักฐานว่าโจทก์ที่ ๓, ที่ ๔, ที่ ๕ และที่ ๖ เป็นบุตรของนายประเสริฐ หมัดกอเซ็ม จำเลยไม่ค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย และวินิจฉัยว่าโจทก์ที่ ๓, ที่ ๔, ที่ ๕ และที่ ๖ มีอำนาจฟ้องคดี ที่พิพาทได้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์เป็นส่วนสัดและออกโฉนดใหม่แล้ว ความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่างโจทก์จำเลยย่อมสิ้นสุดลง จำเลยไม่มีสิทธิเหนือพื้นดินในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม แม้การเช่าจะมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือโจทก์ก็ฟ้องขับไล่จำเลยได้ และจำเลยอาศัยอยู่ในที่พิพาทเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ในอัตราไร่ละ ๑๐๐ บาทต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่พิพาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ด้วย โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน ๑๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและพิพากษาคดีไปไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์และจำเลยแถลงแล้วสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยเสียแล้วพิพากษาคดีไปไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความ พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยไปตามประเด็นข้อพิพาทจนสิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำแถลงของโจทก์จำเลยตามที่ศาลชั้นต้นจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๒๔ นั้น มิใช่เป็นการแถลงข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ที่ศาลชั้นต้นจะทำการเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในข้อที่พิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐ เท่านั้น แต่เป็นการแถลงรับข้อเท็จจริงบางประการอันเป็นประเด็นข้อพิพาท เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติไม่จำต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป ก็ย่อมมีอำนาจที่จะสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและพิพากษาคดีไปได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๔, ๑๘๓ เมื่อจำเลยยอมรับว่าที่พิพาทได้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์และออกโฉนดเรียบร้อยแล้ว จำเลยไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์ก็ต้องฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ มีอำนาจฟ้องตามประเด็นพิพาทข้อที่หนึ่งสำหรับประเด็นพิพาทข้อที่สองที่ว่าจำเลยอาศัยอยู่ในที่พิพาทโดยละเมิดสิทธิของโจทก์หรือไม่นั้นปรากฏว่าจำเลยให้การต่อสู้คดีว่ามีสิทธิเหนือพื้นดินในที่พิพาทโดยให้ค่าตอบแทนโจทก์เป็นรายปีซึ่งหมายความว่าเป็นเรื่องจำเลยเช่าที่พิพาทจากโจทก์นั่นเอง เมื่อการเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแม้จำเลยจะกล่าวอ้างว่าโจทก์ยอมให้จำเลยอยู่ในที่พิพาทอีก ๑๕ ปีก็ตาม จำเลยก็ไม่อาจยกสิทธิที่เกี่ยวกับสัญญาเช่าขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้ให้เช่าได้ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๘ การที่จำเลยอาศัยอยู่ในที่พิพาทจึงเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2525 นางบุญศรี อิฐชุวรรณหรืออาดัม กับพวก โจทก์ นายสลาม หมัดกอเซ็ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญศรี อิฐชุวรรณหรืออาดัม กับพวก · จำเลย - นายสลาม หมัดกอเซ็ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายปัญญา บุญเรือง · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 247/2529ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 591/2513ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4636/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา