⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3330/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3330/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกหรือทายาท ถือเป็นการครอบครองแทนทายาทอื่น จึงไม่อาจยกอายุความตามกฎหมายมาใช้บังคับได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลขอจัดการมรดกเกี่ยวกับที่ดินพิพาทสองแปลงตามที่โจทก์ขอแบ่ง แสดงว่าที่ดินทั้งสองแปลงเป็นทรัพย์สินในกองมรดกของ ผ. ซึ่งอยู่ระหว่างจัดการมรดกถึงแม้ว่าจำเลยจะครอบครองที่ดินดังกล่าวตั้งแต่ ผ. ตายแต่ผู้เดียวดังที่จำเลยให้การก็เป็นการครอบครองทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกที่ยังไม่ได้แบ่งปันกันและต่อมาจำเลยก็ได้เป็นผู้จัดการมรดก ดังนั้นที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทในฐานะทายาทและในฐานะผู้จัดการมรดกถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทอื่นด้วย จำเลยจะยกอายุความหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 มาใช้ไม่ได้ โจทก์ซึ่งมีสิทธิรับมรดกแทนที่ของทายาทของ ผ. เจ้ามรดกย่อมมีอำนาจฟ้องขอแบ่งจากจำเลยได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยาน จำเลยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นและมิได้ยกปัญหานี้เป็นข้ออุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยให้ฟังพยานโจทก์จำเลยก่อนนั้นไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1745 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1748 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายพุ่ม นางอิ่ม เป็นสามีภริยากันมีบุตร ๕ คน คือนางโด้ นายแจ้ง นางแผ้ว (เจ้ามรดก) นายจันทร์ นางตุ๊ นางแผ้วตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมและไม่มีบุตร มีที่นาโฉนดเลขที่ ๖๕๐๓, ๖๕๐๔ เป็นทรัพย์มรดกตกได้แก่พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์ทั้งสิบสี่เป็นทายาทผู้สืบสันดานของนายจันทร์มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายจันทร์หนึ่งในสี่ส่วน จำเลยเป็นบุตรนางโด้และเป็นผู้จัดการมรดกของนางแผ้วตามคำสั่งศาลคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๘๓/๒๕๒๐ จำเลยไม่จัดการแบ่งมรดกให้โจทก์และทายาทอื่นตามหน้าที่ จึงขอให้บังคับจัดการแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๕๐๓,๖๕๐๔ ออกเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กัน โจทก์ทั้งหมดได้รับหนึ่งส่วนมีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๒ งาน ๙๕ ตารางวา หากแบ่งไม่ได้ให้ขายทอดตลาดแบ่งเงินให้โจทก์ ๑ ส่วน หากไม่สามารถแบ่งได้ขอให้จำเลยชดใช้เงินตามส่วนให้โจทก์ ๘๕,๐๐๐ บาท จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางแผ้วจริง จำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินมรดกทั้งสองแปลงตลอดมา โจทก์และทายาทอื่นไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้ฟ้องขอแบ่งมรดกภายในหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกตายคดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพร้อม คู่ความแถลงรับกันว่า นางแผ้วตายเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๑๙ จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๕๐๓, ๖๕๐๔ ของนางแผ้วต่อศาลจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๐ บัญชีเครือญาติท้ายฟ้องถูกต้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว สั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าการที่จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกที่ดินทั้งสองแปลงต่อศาลแสดงว่าครอบครองที่ดินสองแปลงนั้นแทนทายาทอื่น ๆ ด้วย จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกจะอ้างอายุความ ๑ ปีมาตัดฟ้องทายาทไม่ได้ แต่โจทก์ที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๙ ที่ ๑๑ ที่ ๑๓ มิใช่ทายาทเป็นเพียงคู่สมรสของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๑๐ ที่ ๑๒ ที่ ๑๔ ไม่มีสิทธิขอแบ่งมรดก พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๕๐๓ และ ๖๕๐๔ ให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ ที่ ๘ ที่ ๑๐ ที่ ๑๒ ที่ ๑๔ จำนวนหนึ่งในสี่ส่วนหากแบ่งไม่ได้ให้ขายทอดตลาดแบ่งให้โจทก์ทั้งเก้าคนหนึ่งในสี่ส่วน ถ้าแบ่งไม่ได้ด้วยประการใด ๆ ให้จำเลยใช้เงิน ๘๕,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยให้การว่าจำเลยครอบครองที่ดินมรดกทั้งสองแปลงมาตั้งแต่เจ้ามรดกตาย ทายาทอื่นไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้ฟ้องขอแบ่งเป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปี หากคดีฟังได้ดังที่จำเลยให้การก็ชอบที่จะยกฟ้องของโจทก์เสียพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยแถลงรับว่าเป็นผู้จัดการมรดกของนางแผ้วตามคำสั่งศาล จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลขอจัดการมรดกเกี่ยวกับที่ดินพิพาทสองแปลงตามที่โจทก์ขอแบ่ง แสดงว่าที่ดินทั้งสองแปลงเป็นทรัพย์สินในกองมรดกของนางแผ้วซึ่งอยู่ระหว่างจัดการมรดก จำเลยจึงได้ร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก ถึงแม้ว่าจำเลยจะครอบครองที่ดินดังกล่าวตั้งแต่นางแผ้วตายแต่ผู้เดียวดังที่จำเลยให้การก็ตาม ก็เป็นการครอบครองทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกที่ยังไม่ได้แบ่งปันกัน และต่อมาจำเลยก็ได้เป็นผู้จัดการมรดก ดังนั้นการที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทในฐานะทายาทและในฐานะผู้จัดการมรดกจึงถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทอื่นด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๔๕, ๑๗๔๘ ประกอบด้วยมาตรา ๑๓๖๘ จำเลยจะยกอายุความหนึ่งปีตามมาตรา ๑๗๕๔ มาใช้บังคับไม่ได้ โจทก์ที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ ที่ ๘ ที่ ๑๐ ที่ ๑๒ ที่ ๑๔ มีสิทธิรับมรดกแทนที่ของทายาทของนางแผ้วเจ้ามรดกย่อมมีอำนาจฟ้องขอแบ่งทรัพย์พิพาทจากจำเลยได้ ข้อที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยาน จำเลยก็มิได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นและไม่ได้ยกปัญหานี้เป็นข้ออุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตามรูปคดีโดยให้ฟังพยานโจทก์จำเลยก่อนนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3330/2525 นายสมพิศ จันสถาพร กับพวก โจทก์ นายเสงี่ยม วงษ์เพ็ชร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมพิศ จันสถาพร กับพวก · จำเลย - นายเสงี่ยม วงษ์เพ็ชร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม บรรลือสินธุ์ · ประสม ศรีเจริญ · กิติ บูรพรรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายฟอง แสวงธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายพลจิตต์ ดียืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1200/2523ฎีกา 621/2519ฎีกา 464/2497ฎีกา 943/2513ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1247/2510ฎีกา 94/2493ฎีกา 185/2566ฎีกา 4335/2539ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 70/2518ฎีกา 2170/2517ฎีกา 100/2540ฎีกา 801/2515ฎีกา 1028/2564ฎีกา 192/2485ฎีกา 1333/2531ฎีกา 5007/2540ฎีกา 4817/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา