คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คำร้องขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉิน จำเลยอาจทำเป็นคำขอฝ่ายเดียวโดยได้รับอนุญาตจากศาล
* การยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวก่อนพิพากษาต้องเสียค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับการยึดและอายัดทรัพย์สินเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง
ย่อคำพิพากษา
คำร้องขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉินนั้นจำเลยอาจทำเป็นคำขอฝ่ายเดียวโดยได้รับอนุญาตจากศาล เมื่อจำเลยขอให้ศาลไต่สวนคำร้องทันทีและศาลก็ได้ทำการไต่สวนและมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในวันนั้น จึงถือว่าศาลอนุญาตให้จำเลยทำเป็นคำขอฝ่ายเดียวได้ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาคำร้องของจำเลยให้โจทก์ และไม่ให้โอกาสโจทก์คัดค้านคำร้องของจำเลยจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว
การยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวก่อนพิพากษาต้องเสียค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับการยึดและอายัดทรัพย์สินเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ดังนั้น เมื่อโจทก์เป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดและอายัดทรัพย์สินของจำเลยแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย โจทก์ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี แม้โจทก์จะไม่ได้รับประโยชน์จากการยึดและอายัดทรัพย์สินก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นหุ้นส่วนกับจำเลยในห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. กับขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนและจัดให้มีการชำระบัญชี ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ยึดทรัพย์สินและสมุดบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. กับให้อายัดเงินฝากธนาคารที่มีชื่อห้างหรือจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา จากนั้นโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดและอายัดทรัพย์สินตามคำสั่งศาลชั้นต้น ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งที่ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งเดิม เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงแจ้งให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายไปชำระที่กรมบังคับคดี
โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า โจทก์ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการยึดขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียม
ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่ง ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า เมื่อศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉิน จำเลยอาจยื่นคำขอโดยพลันให้ศาลยกเลิกคำสั่งดังกล่าว กับระบุไว้ด้วยว่าคำขอของจำเลยอาจทำเป็นคำขอฝ่ายเดียวโดยได้รับอนุญาตจากศาล คำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งที่ให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำเลยขอให้ศาลไต่สวนคำร้องทันที ซึ่งศาลชั้นต้นก็ได้ทำการไต่สวนและมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งเดิมในวันนั้นถือได้ว่าศาลอนุญาตให้จำเลยทำเป็นคำขอฝ่ายเดียวได้ การที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาคำร้องของจำเลยให้โจทก์และไม่ให้โอกาสโจทก์คัดค้านคำร้องของจำเลยจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 วรรคแรกและมาตรา 259 การยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวก่อนพิพากษาต้องเสียค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับการยึดและอายัดทรัพย์สินเพื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เมื่อโจทก์เป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดและอายัดทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.หรือของจำเลย แล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย โจทก์ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งถึงแม้โจทก์จะไม่ได้รับประโยชน์จากการยึดและอายัดทรัพย์สินก็ตาม
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2525
นายสุทธิศักดิ์ ขจรเกียรติคุณ โจทก์
นายก้วงอู๋ แซ่ตั๊ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุทธิศักดิ์ ขจรเกียรติคุณ · จำเลย - นายก้วงอู๋ แซ่ตั๊ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา