คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925-926/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาซื้อขายที่เกิดขึ้นจากการแสดงเจตนาลวงระหว่างคู่กรณีเป็นโมฆะ และผู้ที่แสดงเจตนาลวงมีสิทธิที่จะนำสืบพิสูจน์ความลวงนั้นเพื่อหักล้างเอกสารสัญญาได้
ย่อคำพิพากษา
แม้ข้อความในสัญญาซื้อขายจะระบุว่าโจทก์ผู้ขายได้รับเงินค่าที่ดินเรียบร้อยแล้ว แต่โจทก์อ้างว่าการซื้อขายเกิดขึ้นด้วยการแสดงเจตนาลวงระหว่างคู่กรณีเท่ากันเป็นการกล่าวอ้างว่า หนี้ตามสัญญาไม่สมบูรณ์ โจทก์มีสิทธิที่จะนำสืบหักล้างเอกสารสัญญาซื้อขายนั้นได้
โจทก์โอนโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยโดยทำเป็นสัญญาซื้อขาย ณ สำนักงานที่ดิน ก็เพื่อที่จะให้จำเลยนำไปจำนองเป็นประกันเงินกู้จากธนาคารซึ่งจำเลยเป็นลูกค้าอยู่ เพื่อนำเงินมาไถ่การขายฝากที่ดินพิพาทจากผู้รับซื้อฝากโดยมิได้ตกลงซื้อขายกันจริงจัง สัญญาซื้อขายดังกล่าวจึงเกิดขึ้นด้วยการแสดงเจตนาลวงระหว่างคู่กรณี ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ขายฝากที่ดินของโจทก์ไว้แก่นายสมศักดิ์แต่เมื่อใกล้ครบกำหนดไถ่ โจทก์ไม่มีเงินไถ่ จำเลยรับจะช่วยติดต่อขอกู้จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาบางลำภู ซึ่งจำเลยเป็นลูกค้าอยู่ให้ได้ โดยโจทก์จะต้องยินยอมให้จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวด้วยการโอนกรรมสิทธิ์โดยการซื้อขาย โจทก์ตกลงยินยอมและได้ไปไถ่การขายฝาก จดทะเบียนซื้อขาย และจดทะเบียนจำนองแก่ธนาคารจำเลยมิได้จ่ายเงินค่าที่ดินให้แก่โจทก์เลย เพราะมิได้มีเจตนาจะตกลงซื้อขายกันจริง การจดทะเบียนซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นโมฆะขอให้พิพากษาและบังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวกลับคืนมาเป็นของโจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์และชำระเงินค่าที่ดินแก่โจทก์เรียบร้อยแล้ว เป็นการซื้อโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอน ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า นิติกรรมการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทเป็นโมฆะ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนดังกล่าวกลับมาเป็นชื่อโจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า แม้ข้อความในสัญญาซื้อขายตามเอกสารหมาย จ.๘ หรือ ล.๑ จะระบุไว้ว่า ผู้ขายหมายถึงโจทก์ได้รับเงินค่าที่ดินรายนี้เรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่โจทก์อ้างว่าการซื้อขายเกิดขึ้นด้วยการแสดงเจตนาลวงระหว่างคู่กรณี เท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าหนี้ตามสัญญาที่ว่านี้ไม่สมบูรณ์ โจทก์มีสิทธิที่จะนำสืบหักล้างเอกสารสัญญาซื้อขายนั้นได้ข้อความตามสัญญาซื้อขายดังกล่าวจึงไม่เป็นการผูกมัดหรือปิดปากโจทก์มิให้โต้เถียงเป็นอย่างอื่น
การที่โจทก์โอนโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยโดยทำเป็นสัญญาซื้อขาย ณ สำนักงานที่ดินตามเอกสารหมาย จ.๘ หรือ ล.๑ ก็เพื่อที่จะให้จำเลยนำไปจำนองเป็นประกันเงินกู้จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาบางลำภูซึ่งจำเลยเป็นลูกค้าอยู่ เพื่อนำเงินมาไถ่การขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายพิพาทจากนายสมศักดิ์ผู้รับซื้อฝาก โดยมิได้ตกลงซื้อขายกันจริงจังแต่อย่างใด สัญญาซื้อขายตามเอกสารหมาย จ.๘ หรือ ล.๑ เกิดขึ้นด้วยการแสดงเจตนาลวงระหว่างคู่กรณี จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925 - 926/2525
นางสาวจริยา ไชยวสุ โจทก์
นางสาววีณา นุชวงศ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวจริยา ไชยวสุ · จำเลย - นางสาววีณา นุชวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิติ บูรพรรณ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · อุดม บรรลือสินธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอากาศ บำรุงชีพ · ศาลอุทธรณ์ - นายพลจิตต์ ดียืน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา