⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1078/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มูลความแห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกกันได้ ทำให้โจทก์เสนอคำฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลที่จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งมีภูมิลำเนาในเขตศาลแพ่ง อ้างว่าเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์โดยสารที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จึงเป็นกรณีที่มูลความแห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกกันได้ โจทก์จึงเสนอคำฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 5 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ชพ.๐๑๓๗๗ ไว้เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๐ มีระยะเวลาคุ้มครองหนึ่งปี จำเลยที่ ๑เป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน ชบ.๒๗๗๑๒ และเป็นนายจ้างนายคำแสนจำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ชบ.๒๗๗๑๒ เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๒๐ ขณะที่นายจำรัส เจริญสุข ขับรถคันหมายเลขทะเบียน ชพ.๐๑๓๗๗ จากจังหวัดชุมพรมาตามถนนเพชรเกษมไปกรุงเทพมหานครถึงหลักกิโลเมตรที่ ๓๐๖ - ๓๐๗ เกิดชนกับรถคันหมายเลขทะเบียน ชบ.๒๗๗๑๒ ของจำเลยที่ ๑ และโดยความประมาทเลินเล่อของนายคำแสนคนขับรถของจำเลยที่ ๑ ฝ่ายเดียว ทำให้รถที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหายมาก โจทก์ได้จัดการซ่อมเสียค่าซ่อมไป ๑๐๔,๑๐๐ บาท จึงรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันมาฟ้องคดีนี้ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ จำเลยที่ ๑ ให้การว่ามีภูมิลำเนาที่จังหวัดนนทบุรี เขตอำนาจศาลจังหวัดนนทบุรี นอกเขตอำนาจศาลแพ่ง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ต่อศาลแพ่ง จำเลยที่ ๑ มิได้เป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ชบ.๒๗๗๑๒ ไม่ได้เป็นนายจ้างนายคำแสน ขณะเกิดเหตุรถยนต์คันนี้ไม่ได้มีสัญญาประกันภัยเป็นหนังสือไว้กับจำเลยที่ ๒ เหตุเกิดขึ้นเพราะนายจำรัสขับรถคันหมายเลขทะเบียน ชพ.๐๑๓๗๗ ด้วยความประมาท โจทก์ไม่ได้จ่ายเงินค่าซ่อมรถตามฟ้องจึงไม่มีอำนาจรับช่วงสิทธิมาฟ้องคดีนี้ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่าโจทก์ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ชพ.๐๑๓๗๗ และไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑๐๔,๑๐๐ บาทแก่ผู้เอาประกันภัยจึงไม่ได้รับช่วงสิทธิ ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๒ ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ชบ.๒๗๗๑๒ เหตุที่รถชนกันเพราะความประมาทของคนขับรถคันหมายเลขทะเบียน ชพ.๐๑๓๗๗ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๗๙,๕๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกาในข้อกฎหมายว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ศาลแพ่งและศาลแพ่งไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ เพราะจำเลยที่ ๑ มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดนนทบุรี และจะถือว่าศาลแพ่งใช้ดุลพินิจรับคดีไว้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๔ (๓) ไม่ได้ เพราะในประเด็นเรื่องนี้ศาลแพ่งมิได้วินิจฉัยไว้การฟ้องคดีจึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๔ (๒) ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่ง อ้างว่าเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์โดยสารที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จึงเป็นกรณีที่มูลความแห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกกันได้ โจทก์จึงเสนอคำฟ้องจำเลยที่ ๑ ต่อศาลแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕ วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2526 บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด โจทก์ นายสิทธิ์ เหลือจันทร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายสิทธิ์ เหลือจันทร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายมงคล เปาอินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมประสงค์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 8818/2551ฎีกา 3240/2533ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 4306/2550ฎีกา 1887/2541ฎีกา 4760/2534ฎีกา 1031/2520ฎีกา 3709/2537ฎีกา 2403/2523ฎีกา 620/2514ฎีกา 99/2524ฎีกา 1517/2540ฎีกา 8647/2544ฎีกา 5702/2548ฎีกา 145/2553ฎีกา 792/2541ฎีกา 680/2532ฎีกา 269/2543ฎีกา 2587/2540ฎีกา 2586/2540ฎีกา 4474/2536ฎีกา 7255/2540ฎีกา 3504/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา