คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3709/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยมีสำนักงานอันเป็นแหล่งที่ทำการงานเป็นปกติหลายแห่ง ให้ถือว่าสำนักงานเหล่านั้นเป็นภูมิลำเนาอีกแห่งหนึ่งของจำเลย และเมื่อมูลความแห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกได้ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยต่อศาลในท้องที่ที่จำเลยมีภูมิลำเนาแห่งใดแห่งหนึ่งได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร โจทก์ติดต่อว่าจ้างบรรทุกหินรายพิพาทกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1ที่หน่วยงานสร้างทางอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีลักษณะเป็นสำนักงานของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงมีหลักแหล่งที่ทำการงานเป็นปกติหลายแห่งถือได้ว่าสำนักงานดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาอีกแห่งหนึ่งของจำเลยที่ 2 เมื่อมูลความ-แห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกได้ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพ-มหานครและจำเลยที่ 2 ต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (2)และ มาตรา 5 วรรคสอง (เดิม) ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดปืนเพชร · จำเลย - บริษัทซีวิลคอนสตรัคชั่น จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วุฒิ คราวุฒิ · มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายภิญโญ แสงภู่ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายยรรยง ปานุราช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา