⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1120/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องมีอำนาจเรียกเก็บหนี้ภาษีอากรและบังคับยึดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระได้โดยไม่ต้องฟ้องคดีต่อศาล และมีสิทธิได้รับส่วนเฉลี่ยจากทรัพย์สินของผู้ค้างชำระ แม้จะไม่ใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิ์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ให้อำนาจแก่ผู้ร้องที่จะเรียกเก็บหนี้อันเกี่ยวกับภาษีอากร และให้อำนาจที่จะยึดและสั่งขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยผู้ที่ค้างชำระได้โดยไม่จำต้องนำคดีฟ้องร้องต่อศาล ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะเป็นบุคคลภายนอก ก็อาจใช้สิทธิขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินของจำเลยได้ตามกฎหมาย โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำนองขอบังคับจำนอง โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิจึงอยู่ในฐานะที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นเมื่อปรากฏว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องจะเอาชำระได้ ผู้ร้องแม้จะไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์ก็ชอบที่จะได้รับส่วนเฉลี่ยจากเงินที่เหลือจากการชำระหนี้จำนองของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 ประมวลรัษฎากร ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้จำนวน ๔,๔๙๓,๔๒๔.๐๗ บาทแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยผิดนัด โจทก์จึงนำยึดที่ดินของจำเลยรวม ๔๖ โฉนด เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมีหน้าที่จัดเก็บภาษีต่าง ๆ ตามประมวลรัษฎากรจำเลยค้างชำระภาษีเงินได้รวมเป็นเงิน ๔๓๘,๕๑๔.๘๕ บาท จำเลยไม่มีทรัพย์สินใดอีก ขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยหนี้ดังกล่าวจากทรัพย์สินหรือเงินได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยคดีนี้ด้วย โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิที่จะขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้เพราะมิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมิได้นำสืบว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะยึดชำระหนี้ได้ จึงไม่มีสิทธิเฉลี่ยเงินจากทรัพย์จำนอง ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของผู้ร้องไม่เป็นประโยชน์และสาระแก่คดีพิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนี้อันเกี่ยวกับภาษีอากรได้มีประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒ ให้อำนาจแก่ผู้ร้องที่ ๒ ที่จะเรียกเก็บและให้อำนาจที่จะยึดและสั่งขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยผู้ที่ค้างชำระนั้นได้ โดยไม่จำต้องนำคดีฟ้องร้องต่อศาล จึงเป็นที่เห็นได้ว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นบุคคลภายนอก แต่ก็อาจจะใช้สิทธิขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินของจำเลยได้ตามกฎหมายส่วนปัญหาว่าจำเลยจะมีทรัพย์สินอื่นที่จะยึดเพื่อการชำระหนี้แก่ผู้ร้องอีกหรือไม่ ซึ่งศาลชั้นต้นได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยนั้น เห็นว่าปัญหาข้อนี้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นเป็นข้อโต้แย้งและคัดค้านไว้ จึงเป็นอันยุติฟังได้ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสองว่า จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องจะเอาชำระได้ ผู้ร้องทั้งสองจึงมีสิทธิที่จะขอเฉลี่ยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำนองขอบังคับจำนองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙ โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิจึงอยู่ในฐานะที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ผู้ร้องทั้งสองแม้จะไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิก็ชอบที่จะได้รับส่วนเฉลี่ยจากเงินที่เหลือจากการชำระหนี้จำนองของโจทก์ พิพากษากลับ อนุญาตให้ผู้ร้องทั้งสองเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2526 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ นางสร้อย ใจผ่อง จำเลย กรมสรรพากร กับพวก ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · จำเลย - นางสร้อย ใจผ่อง · ผู้ร้อง - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเจริญ นิลเอสงฆ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4069/2532ฎีกา 962/2493ฎีกา 5881/2541ฎีกา 621/2538ฎีกา 1261/2520ฎีกา 677/2503ฎีกา 4703/2550ฎีกา 8870/2550ฎีกา 519/2505ฎีกา 3181/2528ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 1252/2501ฎีกา 10866/2546ฎีกา 271/2549ฎีกา 4143/2532ฎีกา 3766/2545ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1767/2527ฎีกา 5378/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา