คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1345/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้รอการลงโทษจำคุกเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ ซึ่งถือเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 9 เดือน และปรับ 5,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ แม้ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษจำคุกให้ การที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษเป็นฎีกาดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิวัติการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ข้อ 3, 6, 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ลงโทษฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท ฐานพกพาอาวุธปืน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือนและปรับ 4,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 5,000 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุก และไม่ลงโทษปรับ จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษ
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 9 เดือนและปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไปทันทีโดยไม่รอการลงโทษให้ แต่ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้ และฎีกาของจำเลยที่ขอให้ศาลฎีการอการลงโทษเป็นฎีกาดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ อันเป็นข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1345/2526
อัยการนครปฐม โจทก์
นายสมพงษ์ เอมอ่อน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนครปฐม · จำเลย - นายสมพงษ์ เอมอ่อน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา