คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1393/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทายาทโดยธรรมย่อมรับผิดในหนี้สินของผู้ตายเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับตกทอดไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นผู้จัดการมรดก.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นแต่เพียงทายาทโดยธรรมแต่ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายดังนั้นแม้จำเลยจะทำหนังสือยอมรับชำระหนี้สินต่าง ๆ ของผู้ตายให้แก่โจทก์จนครบถ้วนก็ตามแต่ความรับผิดของจำเลยในฐานะทายาทเกี่ยวกับหนี้สินของผู้ตายไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
ทายาทไม่ได้ตกลงแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก และจำเลยก็ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมหรือโดยคำสั่งศาล จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้จัดการมรดกชำระหนี้ของผู้ตายให้แก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายเนียฮวดได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีให้ไว้แก่ธนาคารโจทก์ นายเนียฮวดได้เดินสะพัดทางบัญชีกับธนาคารโจทก์และยอมรับยอดหนี้เพียงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เป็นเงิน ๒๔๕,๙๙๗.๒๙ บาท ต่อมานายเนียฮวดถึงแก่กรรม จำเลยในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกได้ทำหนังสือยอมชำระหนี้ของนายเนียฮวดทั้งหมด แต่ก็ไม่ยอมชำระ จึงขอให้ศาลบังคับ
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกของนายเนียฮวด และไม่ได้รับมรดกของนายเนียฮวด จำเลยลงชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้โดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจึงเป็นโมฆียะะ จำเลยขอบอกล้าง และขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทผู้จัดการมรดกของนายเนียฮวดชำระเงิน ๒๑๔,๒๐๗.๙๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมิใช่ผู้จัดการมรดกของนายเนียฮวดแต่ให้จำเลยในฐานะทายาทชำระเงิน ๒๑๔,๒๐๗.๙๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโดยให้จำเลยรับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่จำเลย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเนียฮวดผู้ตายเป็นหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีโจทก์ ๓๐๖,๔๙๙ บาท จำเลยในฐานะทายาทได้ชำระหนี้รายนี้ให้แก่โจทก์ ๘๒,๘๙๑.๑๐บาท เมื่อหักเงินที่จำเลยชำระแล้วผู้ตายเป็นหนี้โจทก์ ๒๒๓,๖๐๗.๙๐ บาท ทายาทคนอื่นชำระหนี้ให้โจทก์อีก ๙,๔๐๐ บาท ผู้ตายคงเป็นหนี้โจทก์ ๒๑๔,๒๐๗.๙๐ บาท จำเลยซึ่งเป็นบุตรคนหนึ่งของผู้ตายได้ทำหนังสือในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกของผู้ตายยอมรับชำระหนี้ของผู้ตายให้แก่โจทก์ตามเอกสารหมาย จ.๖ จำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมหรือโดยคำสั่งศาล แต่เป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า แม้จำเลยจะทำหนังสือเอกสารหมาย จ.๖ ยอมรับชำระหนี้สินต่าง ๆ ของผู้ตายให้แก่โจทก์โดยครบถ้วนจนหมดสิ้นทุกประการ แต่ความรับผิดของจำเลยในฐานะทายาทเกี่ยวกับหนี้สินของผู้ตายซึ่งเป็นเจ้ามรดกนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๐๑ ทายาทไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ที่โจทก์ฎีกาว่า หลังจากจำเลยลงชื่อในเอกสารหมาย จ.๖ จำเลยและทายาทอื่นมิได้คัดค้าน กลับนิ่งเฉยซึ่งเป็นการยอมรับว่า ยอมให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยพฤตินัย จึงต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่าทายาทไม่ได้ตกลงแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก และจำเลยก็ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมหรือโดยคำสั่งศาล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๑ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้จัดการมรดกชำระหนี้ของผู้ตายให้แก่โจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1393/2526
ธนาคารกรุงเทพฯพณิชย์การ จำกัด โจทก์
นางสาวสุนีย์ เทพพรประภากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพฯพณิชย์การ จำกัด · จำเลย - นางสาวสุนีย์ เทพพรประภากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมสถิตย์ ธีรกุล · ประสม ศรีเจริญ · กิติ บูรพรรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายพินิจ บุญชัด · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา