⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1446/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1446/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลในคดีอาญาไม่จำเป็นต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีแพ่ง เนื่องจากหลักการวินิจฉัยพยานหลักฐานแตกต่างกัน และคำพิพากษาคดีแพ่งเป็นเพียงพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาคดีอาญาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง เพราะหลักการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักคำพยานในคดีแพ่งและคดีอาญาไม่เหมือนกัน ในคดีแพ่งศาลจะชั่งน้ำหนักคำพยานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งกว่ากัน แต่ในคดีอาญาศาลจะต้องใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงจนกว่าจะแน่ใจว่าพยานโจทก์พอรับฟังลงโทษจำเลยได้ คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแพ่ง แม้จะผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความในคดีแพ่งนั้น ก็เป็นการผูกพันเฉพาะในทางแพ่งเท่านั้น และเป็นเพียงพยานหลักฐานที่ศาลจะนำมาชั่งน้ำหนักประกอบพยานหลักฐานของโจทก์ในคดีอาญาว่า ข้อเท็จจริงมีน้ำหนักพอรับฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงหรือไม่เท่านั้น แต่จะรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวเพียงอย่างเดียวมาวินิจฉัยชี้ขาดคดีอาญา โดยมิได้สืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความเสียก่อน ย่อมเป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันปลอมพินัยกรรมหนึ่งฉบับ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ใช้พินัยกรรมปลอมดังกล่าว โดยนำไปแสดงต่อศาลแพ่งเพื่อเป็นพยานหลักฐานในคดีฟ้องถอดถอนโจทก์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก จำเลยที่ ๑ ได้เบิกความเป็นพยานต่อศาลในคดีดังกล่าวว่านางพูลสุขได้ทำพินัยกรรมไว้ และจำเลยที่ ๒ ได้เบิกความในคดีเดียวกันว่าเป็นผู้พานางพูลสุขไปทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ซึ่งเป็นความเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดี ความจริงนางพูลสุขมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๖๐, ๑๖๑, ๑๖๒, ๑๗๗, ๑๘๐, ๒๖๔, ๒๖๖, ๒๖๘, ๘๓, ๙๐ และ ๙๑ โจทก์ได้ถอนฟ้องจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีมีมูลประทับฟ้องเฉพาะข้อหาความผิดฐานใช้เอกสารพินัยกรรมปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าพินัยกรรมพิพาทโจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่งซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นพินัยกรรมที่นางพูลสุขทำไว้และมีผลสมบูรณ์บังคับได้ตามกฎหมาย มิใช่พินัยกรรมปลอม คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวผูกพันโจทก์จำเลยในคดีนี้ด้วย ดังนั้นการที่จำเลยทั้งสองนำเอกสารดังกล่าวไปใช้จึงมิใช่ใช้เอกสารปลอม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและพิพากษาใหม่ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ๗๔๒๖/๒๕๑๘ และคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๗/๒๕๑๐ จะผูกพันโจทก์จำเลยคดีนี้ ซึ่งเป็นคู่ความเดียวกันกับคดีแพ่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ ก็ดี ก็เป็นการผูกพันเฉพาะในทางแพ่งเท่านั้น แต่คดีนี้เป็นคดีอาญา ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายฉบับใดให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ทั้งนี้เพราะหลักการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักคำพยานในคดีแพ่งและคดีอาญาไม่เหมือนกัน กล่าวคือในคดีแพ่ง ศาลจะชั่งน้ำหนักคำพยานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งกว่ากัน แต่ในคดีอาญาศาลจะต้องใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงจนแน่ใจว่าพยานโจทก์พอรับฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ ฉะนั้น คำพิพากษาฎีกาในคดีของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ๗๔๒๖/๒๕๑๘ และคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๗/๒๕๑๐ จึงเป็นเพียงพยานหลักฐานที่ศาลจะนำมาชั่งน้ำหนักประกอบกับคำพยานหลักฐานของโจทก์ในคดีนี้ว่า ข้อเท็จจริงมีน้ำหนักพอรับฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงหรือไม่เท่านั้น ศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงในคดีแพ่งดังกล่าวเพียงอย่างเดียวมาวินิจฉัยชี้ขาดคดีนี้โดยมิได้สืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความเสียก่อนจึงเป็นการไม่ชอบ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1446/2526 นางพเยาว์ กัลยาณมิตร โจทก์ นางลมุน มนูรัตน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพเยาว์ กัลยาณมิตร · จำเลย - นางลมุน มนูรัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายศรี จาณุจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 4715/2542ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2186/2550ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1148/2534ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2963/2535ฎีกา 6868/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา