⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1558/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1558/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาว่าจ้างทนายความเพื่อแบ่งทรัพย์พิพาทในคดีมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย จึงเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

เมื่อสัญญาที่โจทก์รับจ้างว่าความแก้ต่างให้จำเลยเพื่อแบ่งทรัพย์พิพาทในคดี สัญญานี้จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้ง โดยพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 41 ประกอบกับพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 มาตรา 12(2) การที่โจทก์จำเลยจะทำสัญญากันก่อนว่าความหรือระหว่างว่าความหาเป็นผลให้กฎหมายดังกล่าวไม่ใช้บังคับไม่ สัญญานี้จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 ม.12 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2508 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความแก้ต่างในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๕๓/๒๕๑๘ ของศาลจังหวัดนครราชสีมาเป็นเงิน ๒๓,๐๐๐ บาท จำเลยได้ชำระให้โจทก์แล้ว ๓,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือจำเลยว่าไม่มีชำระจึงได้ทำสัญญายกที่ดินพิพาทซึ่งได้รับจากนายประยงค์ในคดีนั้นทางด้านทิศตะวันตก เนื้อที่ ๓ งาน ให้โจทก์แทนเงินค่าจ้างว่าความที่ค้างชำระ ที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นของโจทก์ โจทก์จำเลยได้แบ่งกันครอบครองเรื่อยมาหลังจากศาลพิพากษาคดีเดิมเด็ดขาดแล้ว นายประยงค์กับพวกไม่ยอมออกจากที่ดิน จำเลยต้องฟ้องนายประยงค์อีก และศาลฎีกาพิพากษาขับไล่นายประยงค์กับพวกเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๓ เมื่อจำเลยได้ที่ดินมาแล้วจำเลยไปขอออก น.ส.๓ และประกาศยกที่ดินให้บุตรและหลาน โจทก์จึงไปคัดค้าน ขอให้ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินส่วนที่ยกให้โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์หลอกให้จำเลยลงชื่อในกระดาษเปล่าแล้วนำไปกรอกข้อความเอง จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ว่าความเพียง ๘,๐๐๐ บาท และโจทก์ได้รับเงินของจำเลยจากศาลไปเกินจำนวนนี้แล้ว จำเลยไม่เคยแบ่งที่ดินให้โจทก์ สัญญาตามฟ้องเป็นสัญญาเพื่อแบ่งทรัพย์พิพาทในคดี จึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง ในชั้นพิจารณาคู่ความท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดในปัญหาข้อกฎหมายว่าถ้าข้อเท็จจริงเป็นว่า "สัญญาตามสำเนาท้ายฟ้องที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น เป็นสัญญาที่โจทก์รับจ้างว่าความแก้ต่างให้จำเลย เพื่อแบ่งทรัพย์ที่พิพาทในคดี และในขณะทำสัญญาดังกล่าว คดียังไม่ถึงที่สุดโดยยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา" จึงเป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะ โจทก์ขอยอมแพ้ และถ้าศาลวินิจฉัยว่าไม่เป็นโมฆะ จำเลยยอมแพ้คู่ความไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาไม่โมฆะ พิพากษาห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ที่จำเลยตีราคาชำระหนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาเป็นโมฆะ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงกันตามคำท้าว่า สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาที่โจทก์รับจ้างว่าความแก้ต่างให้จำเลยเพื่อแบ่งทรัพย์พิพาทในคดีแล้ว สัญญานี้ก็เป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๔๑ ประกอบกับพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๑๒(๒) ซึ่งบัญญัติห้ามมิให้ทนายความเข้าเป็นทนายว่าต่างแก้ต่างโดยวิธีสัญญาแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ การที่โจทก์จำเลยจะทำสัญญากันก่อนว่าความหรือระหว่างว่าความหาเป็นผลให้กฎหมายดังกล่าวไม่ใช้บังคับไม่ สัญญานี้จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1558/2526 นายบุญสม ศรีไชยรัตน์ โจทก์ นายแน่น ภักดิ์กระโทก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญสม ศรีไชยรัตน์ · จำเลย - นายแน่น ภักดิ์กระโทก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ วณิคพันธุ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายชวลิต โสภณวัต · ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองยุทธ สมุทรกลิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1446/2512ฎีกา 2014/2506ฎีกา 2546/2518ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1364/2514ฎีกา 4257/2530ฎีกา 3251/2534ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 1730/2513ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2839/2527ฎีกา 2657/2534ฎีกา 3842/2526ฎีกา 2501-2504/2521ฎีกา 672/2519ฎีกา 6192/2533ฎีกา 299/2490ฎีกา 1121/2533ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2328-2329/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา