⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1586/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1586/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อเนื่องที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกราชอาณาจักรไทย พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่จับกุมจำเลยมีอำนาจสอบสวนดำเนินคดีได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายชาวมาเลเซียเพื่อเรียกค่าไถ่ และบังคับให้ผู้เสียหายขับรถไปส่งยังชายแดนประเทศไทยซึ่งน่าจะได้ควบคุมเข้าไปในเขตแดนไทยด้วย เพราะภูมิลำเนาของจำเลยกับพวกอยู่ในราชอาณาจักรจึงเป็นความผิดต่อเนื่องทั้งในและนอกราชอาณาจักร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ซึ่งจับจำเลย จึงมีอำนาจสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.19 ประมวลกฎหมายอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายอาญา ม.313

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309, 310, 313 ลงโทษตามมาตรา 313 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 10 ปี ยกฟ้องความผิดฐานปล้นทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ทางพิจารณาได้ความจากพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2524 เวลาประมาณ6 นาฬิกามีคนร้ายซึ่งเป็นคนไทยรวม 5 คนร่วมกันมีอาวุธปืนสั้นและยาวเป็นอาวุธจี้บังคับขู่เข็ญขืนใจนายตันหยกวังและนายตันเกียกีขึ้นรถยนต์บรรทุกหินกับบังคับให้นายกะเล็ม เป็นฮัสซัน ขับตามหลังรถบรรทุกซุงเข้าป่าห่างจากบ้านพักนายกะเล็มประมาณ 1 ไมล์ และให้หยุดใกล้โรงเลื่อยจักร และคนร้ายบังคับให้คนขับรถยนต์บรรทุกซุงอีกคันหนึ่งตามไปด้วย ซึ่งมีนายปารูมา กะรูปายา อยู่ในรถยนต์นั้น เมื่อไปห่างจากโรงเลื่อยจักร 2-3 ไมล์ คนร้ายให้หยุดรถและพูดขอเงินจากผู้ที่ถูกควบคุมจำนวน 200,000 เหรียญมาเลเซีย แต่ได้มีการต่อรองกันเหลือจำนวน 60,000 เหรียญ คนร้ายยอมปล่อยนายกะเล็มและคนขับรถยนต์บรรทุกซุง2 คัน กับคนงานระเบิดหินอีก 1 คน เพื่อไปนำเงินดังกล่าวมาเป็นค่าไถ่ตัวส่วนคนร้ายได้คุมตัวนายปารูมากับพวกที่เหลืออยู่ในป่า นายกะเล็มนำความไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจมาเลเซียที่เมืองกางา รัฐเปอร์ลิส เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวออกสืบจับคนร้าย ครั้นเวลาประมาณ 15 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจมาจวนจะถึงที่คนร้ายอยู่และยิงปืนขึ้น คนร้ายจึงหลบหนีไป ส่วนนายปารูมากับพวกวิ่งไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันรุ่งขึ้นจากเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจไทยจับจำเลยได้พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอกมีทะเบียนกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 3 นัด เงินเหรียญมาเลเซียจำนวน250 เหรียญเป็นของกลาง โจทก์นำสืบว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งในห้าคนที่หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายในเขตประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย และนำเข้าในราชอาณาจักรด้วย จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่าร่วมกับพวกจับคนมาเลเซียเพื่อเรียกค่าไถ่ นายกะเล็มและนายปารูมาชี้จำเลยว่าเป็นคนร้ายรายนี้ จำเลยนำสืบว่าในวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยกับนายยาหยาเจ๊ะหมิ่น นำกระบือไปขายในรัฐเปอร์ลิสได้เงินมา 250 เหรียญมาเลเซียวันรุ่งขึ้นถูกเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอควนโดน จังหวัดสตูลจับและทำร้ายร่างกายจึงต้องให้การรับสารภาพ ปัญหาในชั้นฎีกาว่าจำเลยร่วมกระทำความผิด ฐานขู่เข็ญหน่วงเหนี่ยวผู้เสียหายเพื่อได้มาซึ่งค่าไถ่ตามฟ้องหรือไม่นั้น ได้ความจากคำของนายกะเล็ม เป็นฮัสซัน กับนายปารูมากะรูปายา พยานโจทก์ว่า จำเลยกับพวกมีอาวุธปืนคุมพยานกับพวกตั้งแต่เวลาประมาณ 6 นาฬิกา และนั่งรถยนต์ไปด้วยกันเป็นระยะทางประมาณ3-4 ไมล์ ระหว่างทางก็ได้หยุดรถยนต์พบเห็นกันครั้งสุดท้ายจำเลยกับพวกยังได้มาเจรจาขอเงินจากพยานกับพวกจำนวน 200,000 เหรียญมาเลเซียพยานกับพวกต่อรองจำนวนเงินเหลือเพียง 60,000 เหรียญมาเลเซีย จำเลยกับพวกปล่อยนายกะเล็มกับพวกไปเอาเงินมาให้จำเลยกับพวกเมื่อเวลาประมาณ 8 นาฬิกา ส่วนนายปารูมานั้นถูกจำเลยกับพวกคุมอยู่ในป่าต่อไปอีกจนถึงเวลาประมาณ 15 นาฬิกา จำเลยกับพวกจึงได้หนีไปเพราะเจ้าพนักงานตำรวจมาเลเซียยิงปืนสกัดจับคนร้ายรายนี้ พยานทั้งสองของโจทก์ต่างยืนยันว่าจำจำเลยได้ เมื่อเจ้าพนักงานจับจำเลยได้นายกะเล็มและนายปารูมาพยานของโจทก์ได้ชี้ตัวจำเลยถูกต้องตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 และจ่าสิบตำรวจฉาดกร สุทธิพันธ์ พยานโจทก์ว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2524พยานกับพวกจับจำเลยได้พร้อมกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนกับเงินเหรียญมาเลเซียของกลาง โดยกล่าวหาว่าจำเลยกับพวกหน่วงเหนี่ยวกักขังชาวมาเลเซียเพื่อเรียกค่าไถ่ จำเลยให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.3 และร้อยตำรวจตรีเสริมรัฐ เลิศสุรวัฒน์ พยานโจทก์ว่าในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพว่า จำเลยร่วมกับพวกหน่วงเหนี่ยวกักขังนายกะเล็มกับพวกเพื่อเรียกค่าไถ่ตามคำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.4 ดังนี้ เห็นว่านายกะเล็มและนายปารูมาประจักษ์พยานโจทก์เป็นชาวต่างประเทศไม่รู้จักกับจำเลยมาก่อนน นายกะเล็มถูกจำเลยกับพวกคุมตัวอยู่เป็นเวลา 2 ชั่วโมง และนายปารูมาถูกจำเลยคุมตัวอยู่ถึง9 ชั่วโมง ทั้งยังได้อยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลา เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้นายกะเล็มและนายปารูมาก็ชี้ตัวจำเลยได้ถูกต้อง จึงเชื่อได้ว่านายกะเล็มและนายปารูมาจำจำเลยได้ว่าเป็นคนร้ายไม่ผิดตัว นอกจากนี้ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยรับว่าได้ร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขังนายกะเล็มและนายปารูมากับพวกเพื่อเรียกค่าไถ่อีกด้วย และปรากฏว่าพยานโจทก์ไม่รู้จักกับจำเลยมาก่อนจึงไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลย เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ประกอบด้วยเหตุผลมีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานขู่เข็ญหน่วงเหนี่ยวผู้เสียหายเพื่อได้มาซึ่งค่าไถ่ดังโจทก์ฟ้อง ที่จำเลยฎีกาว่า ความผิดคดีนี้มิได้เกิดในราชอาณาจักร พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนดำเนินคดีนี้ ปรากฏว่าจำเลยมิได้ปฏิเสธฟ้องของโจทก์ในเรื่องอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอควนโดน จังหวัดสตูล และหนังสือที่ ม.ท. 0002/5044 ของอธิบดีกรมอัยการเรื่องขออนุมัติทำการสอบสวนความผิดนอกราชอาณาจักรตามเอกสารหมาย จ.5 ก็ปรากฏชัดว่า จำเลยกับพวกกระทำผิดต่อเนื่องกันและได้กระทำลงทั้งในประเทศมาเลเซียและประเทศไทย อันถือได้ว่าความผิดในคดีนี้ส่วนหนึ่งได้กระทำในราชอาณาจักรด้วย ประกอบกับคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.4 ก็ว่าจำเลยกับพวกได้บังคับให้ผู้เสียหายขับรถยนต์ไปส่งยังชายแดนประเทศไทยซึ่งน่าจะได้ควบคุมผู้เสียหายเข้าไปในเขตแดนไทยด้วยเพราะภูมิลำเนาของจำเลยกับพวกอยู่ในราชอาณาจักรโดยประสงค์จะเป็นการสะดวกในการหลบหนีเมื่อถูกติดตามจับกุม เห็นว่าการกระทำผิดของจำเลยกับพวกเป็นความผิดต่อเนื่องทั้งในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร ดังนั้นพนักงานสอบสวนคดีนี้จึงมีอำนาจสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลยได้ ที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์เบิกความแตกต่างและขัดกันนั้น เห็นว่าแม้พยานโจทก์จะเบิกความแตกต่างและขัดกันบ้างก็ไม่ทำให้พยานหลักฐานโจทก์เสียไปจนรับฟังไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยถูกซ้อมจึงต้องรับสารภาพว่ากระทำผิดตามที่กล่าวหานั้น เห็นว่าจำเลยกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน จึงรับฟังไม่ได้เช่นเดียวกันพยานจำเลยไม่อาจรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1586/2526 อัยการสตูล โจทก์ นายร่มหลี สัสดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการสตูล · จำเลย - นายร่มหลี สัสดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6320/2533ฎีกา 1379/2524ฎีกา 3204/2522ฎีกา 80/2493ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1974/2539ฎีกา 34/2521ฎีกา 1401/2519ฎีกา 5790/2541ฎีกา 1754-1755/2523ฎีกา 2886-2888/2523ฎีกา 4679/2554ฎีกา 478/2515ฎีกา 9046/2554ฎีกา 1055/2555ฎีกา 4527/2530ฎีกา 8519/2544ฎีกา 3466/2547ฎีกา 1647/2479ฎีกา 5848-5849/2555ฎีกา 3585/2546ฎีกา 6593/2559ฎีกา 1885/2527ฎีกา 1061/2504
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา