⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1061/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1061/2504

ป.อาญา ม.313

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งเอาเงินที่ตนเชื่อว่าควรจะได้ ไม่ถือเป็นค่าไถ่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกสลากกินรวบแล้วไปเอาเงินที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้ามือ แต่ผู้เสียหายไม่ให้ จำเลยกับพวกตามไปพบผู้เสียหายแล้วพาผู้เสียหายขึ้นรถไปด้วยกัน จำเลยได้ให้ผู้เสียหายเขียนหนังสือถึงภริยาให้จ่ายเงินแก่ผู้ถือและได้ให้ผู้เสียหายทำสัญญากู้เงินจำเลยตามจำนวนที่ถูกสลากกินรวบไว้แล้วให้ผู้เสียหายกลับไป ดังนี้ เจตนาของจำเลยเป็นเพียงแต่จะทวงเอาเงินซึ่งจำเลยเชื่อว่าควรจะได้ เงินประเภทนี้จึงไม่ใช่สินไถ่หรือค่าไถ่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 การกรทะำของจำเลยขาดเจตนาเพื่อค่าไถ่อันเป็นองค์ความผิดประการสำคัญตามมาตรานี้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานจับคนเพื่อค่าไถ่ตามมาตรา 313

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.313

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์เรียกค่าไถ่กรรโชกทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพและทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๕,๓๐๙,๓๑๓,๓๑๖,๓๓๗,๓๔๐ คดีมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาว่า การกระทำของจำเลยมีความผิดฐานจับคนเพื่อค่าไถ่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓, ๓๑๖ หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยถูกสลากกินรวบแล้วไปเอาเงินที่นายจรูญผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้ามือ แต่นายจรูญไม่ให้ จำเลยกับพวกตามไปพบนายจรูญแล้วดึงแขนนายจรูญขึ้น ๓ ล้อไปด้วย และได้แย่งเอาปืนของนายจรูญและชก่ทำร้ายนายจรูญปากแตกแล้วพาไปที่สวนกล้วย จำเลยบอกให้จ่ายเงินที่ถูกสลากกินราบ ๑๕,๐๐๐ บาท และว่าถ้าไม่มีก็เขียนหนังสือไปเอาที่บ้านนายจรูญก็เขียนหนังสือถึงภริยาให้จ่ายเงินแก่ผู้ถือหนังสือ แล้วจำเลยกับนายจรูญก็ขึ้นรถยนต์ไปพูนกันที่ป่าไผ่และได้พากันไปที่บ้านร้อยตรีชุมพล ผลที่สุดนายจรูญตกลงทำสัญญากู้เงินจำเลยตามจำนวนที่ถูกสลากกินรวบ แต่หักค่าปืนที่พวกของจำเลยเอาไปเสีย ๒,๐๐๐ บาท คงทำสัญญากู้เพียง ๑๓,๐๐๐ บาท เสร็จแล้วก็พากันกลับ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ถึงแม้การติดตามทวงถามเอาเงินในกรณีนี้จะมีลักษณะรุนแรงเลยไปบ้าง เจตนาของจำเลยก็เพียงแต่จะพวงเอาเงินซึ่งจำเลยเชื่อว่าควรจะได้ เงินประเภทนี้จึงไม่ใช่สินไถ่หรือค่าไถ่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓ การกระทำของจำเลยขาดเจตนาเพื่อค่าไถ่อันเป็นองค์ความผิดประการสำคัญ ตามมาตรานี้ ส่วนความผิดฐานอื่นไม่มีประเด็นมาสู่ศาลฎีกา" พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1061/2504 อัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ สิบตรีศุภชัย เรืองมงคล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - สิบตรีศุภชัย เรืองมงคล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิวาทนฤพุฒิ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายชลอ บุปผเวส · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญบก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3204/2522ฎีกา 34/2521ฎีกา 2191/2522ฎีกา 351/2526ฎีกา 5409/2530ฎีกา 332/2531ฎีกา 257/2523ฎีกา 5671/2552ฎีกา 5554/2545ฎีกา 1131/2537ฎีกา 15518/2557ฎีกา 911/2517ฎีกา 1651-1652/2528ฎีกา 2665/2564ฎีกา 7742/2542ฎีกา 476/2473ฎีกา 1173/2521ฎีกา 6320/2533ฎีกา 9046/2554ฎีกา 1220/2527ฎีกา 1586/2526ฎีกา 1778-1779/2511ฎีกา 1374/2545ฎีกา 3075/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา