⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 332/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายตามไปพบและนำตัวผู้ถูกเอาตัวไปกลับคืนมาเองนั้น ไม่ถือเป็นการจัดให้ผู้ถูกเอาตัวไปได้รับเสรีภาพโดยผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 316

ย่อคำพิพากษา

จำเลยรับจ้างผู้เสียหายทำงานบ้านและเลี้ยงดูเด็กหญิง ส. อาย ุ9 เดือนบุตรของผู้เสียหาย ต่อมาจำเลยได้เอาตัวเด็กหญิง ส.ไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ผู้เสียหายทราบเรื่องจึงพาเจ้าพนักงานตำรวจตามไป พบเด็กหญิง ส. นอนอยู่ในเปลที่ใต้ถุนบ้านหลังหนึ่ง ขณะนั้นจำเลยยืนบังเสาอยู่และได้เดินออกมาผู้เสียหายอุ้มเด็กหญิง ส. ขึ้นจากเปล พาบุตรสาวพร้อมทั้งจำเลยกลับบ้านดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้จัดให้ผู้ถูกเอาตัวไปได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาอันจะได้รับประโยชน์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 316 เพราะการจัดให้ผู้ถูกเอาตัวไปให้ได้รับเสรีภาพตามมาตรา 316 นั้น จะต้องเป็นการกระทำของผู้กระทำผิดคือจำเลย หรือผู้ที่ร่วมกระทำผิดกับจำเลย แต่กรณีนี้เป็นเรื่องผู้เสียหายตามไปพบและอุ้มเอาบุตรสาวมาเอง จำเลยมิได้กระทำการใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 ประมวลกฎหมายอาญา ม.316

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐, ๓๑๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๐, ๓๑๓ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๓๑๓ ประกอบด้วยมาตรา ๓๑๖ ลดมาตราส่วนโทษให้ตามมาตรา ๗๖ กึ่งหนึ่ง จำคุก ๓ ปี ๙ เดือน ลดโทษตามมาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ๑๐ เดือน ๑๕ วัน รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้รับประโยชน์จากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๖ พิพากษาแก้เป็นว่าจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายมีบุตรสาวชื่อเด็กหญิงสุทธาศินี อายุ ๙ เดือน ได้จ้างจำเลยทำงานบ้านและเลี้ยงดูบุตรสาว ต่อมาจำเลยได้เอาตัวเด็กหญิงสุทธาศินีไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ผู้เสียหายรู้เรื่องจึงได้พาเจ้าพนักงานตำรวจตามไป พบเด็กหญิงสุทธาศินีนอนอยู่ในเปลที่ใต้ถุนบ้านหลังหนึ่ง ขณะนั้นจำเลยยืนบังเสาอยู่และได้เดินออกมา ผู้เสียหายอุ้มเด็กหญิงสุทธาศินีขึ้นจากเปล พาบุตรสาวพร้อมจำเลยกลับบ้าน และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การจัดให้ผู้ถูกเอาตัวไปให้ได้รับเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๖ นั้น ต้องเป็นการกระทำของผู้กระทำผิดคือจำเลย หรือผู้ที่ร่วมกระทำผิดกับจำเลย แต่กรณีนี้เป็นเรื่องผู้เสียหายตามไปพบและอุ้มเอาบุตรสาวมาเอง จำเลยมิได้กระทำการใด ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้จัดให้ผู้ถูกเอาตัวไปได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา อันจะได้รับประโยชน์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๖ จึงทำให้โทษที่จำเลยได้รับเกินกว่า ๒ ปี ไม่อาจจะรอการลงโทษได้ แต่ที่ศาลอุทธรณ์มิได้แก้บทมาตรา ๓๑๖ ที่ศาลชั้นต้นปรับบทไว้เป็นการไม่ถูกต้อง และที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐, ๓๑๓ โดยมิได้ระบุวรรคใดนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรระบุเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐ วรรคแรก, ๓๑๓ วรรคแรก เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๓๑๓ วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2531 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดอำนาจเจริญ โจทก์ นางทัศนีย์ แสงจันทร์ โจทก์ร่วม นางสาวอุดร ชารี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดอำนาจเจริญ · โจทก์ร่วม - นางทัศนีย์ แสงจันทร์ · จำเลย - นางสาวอุดร ชารี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ - นางอรพินท์ เศรษฐมานิต · ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6320/2533ฎีกา 3204/2522ฎีกา 34/2521ฎีกา 9046/2554ฎีกา 1925/2519ฎีกา 1205/2520ฎีกา 1061/2504ฎีกา 2277/2521ฎีกา 1586/2526ฎีกา 1778-1779/2511ฎีกา 3075/2527ฎีกา 677/2529ฎีกา 3805/2526ฎีกา 1827/2520ฎีกา 257/2523ฎีกา 2043/2515ฎีกา 3891/2548ฎีกา 2025/2520ฎีกา 5554/2545ฎีกา 2306/2531ฎีกา 911/2517ฎีกา 1651-1652/2528ฎีกา 465/2527ฎีกา 7742/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา