⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1131/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2537

ป.อาญา ม.59, 91, 277 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดหลายฐานในคราวเดียวกันอาจเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้ หากผู้กระทำมีเจตนาให้เกิดผลต่างกัน หรือประสงค์ให้เกิดผลเป็นความผิดหลายฐาน.

ย่อคำพิพากษา

การพิจารณาว่าการกระทำเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันมิใช่จะพิจารณาแต่เพียงว่าถ้าเป็นการกระทำความผิดหลายฐานในครั้งเดียวคราวเดียวแล้วจะต้องเป็นกรรมเดียวเสมอไป การกระทำผิดหลายฐานในครั้งเดียวคราวเดียวอาจเป็นหลายกรรมต่างกันได้ หากผู้กระทำมีเจตนาที่จะให้เกิดผลต่างกันหรือประสงค์จะให้เกิดผลเป็นความผิดหลายฐาน จำเลยพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายและพรากผู้เสียหายไปจากมารดาของผู้เสียหาย ซึ่งได้กระทำในคราวเดียวกัน อันเป็นความผิดต่อผู้เสียหายกับเป็นความผิดต่อมารดาผู้เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดให้เกิดผลในกรรมในความผิดต่างฐานต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 ประมวลกฎหมายอาญา ม.317

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277,317, 80, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาเด็กหญิง ม. โดยนาย ส. และนางศ.บิดามารดาผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 317วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรมให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยลงโทษตามมาตรา 277วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 รวม 2 กระทง กระทงละ 6 ปี และตามมาตรา 317วรรคสาม รวม 2 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 22 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 จำคุกกระทงละ 3 ปีรวมจำคุกจำเลย 16 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ในการพิจารณาว่าการกระทำเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันนั้น มิใช่จะพิจารณาแต่เพียงถ้าเป็นการกระทำความผิดหลายฐานในครั้งเดียวคราวเดียวแล้วจะต้องเป็นกรรมเดียวเสมอไป การกระทำผิดหลายฐานในครั้งเดียวคราวเดียวอาจเป็นหลายกรรมต่างกันได้หากผู้กระทำมีเจตนาที่จะให้เกิดผลต่างกันหรือประสงค์จะให้เกิดผลเป็นความผิดหลายฐาน ดังนั้นการที่จำเลยพยายามข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงม. ผู้เสียหายและพรากผู้เสียหายไปจากนาง ศ. มารดาของผู้เสียหาย ซึ่งได้กระทำในคราวเดียวกันนั้นเป็นความผิดต่อผู้เสียหายกับความผิดต่อมารดาผู้เสียหาย จึงถือได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดให้เกิดผลเป็นกรรมในความผิดต่างฐานต่างหากจากกัน หาใช่เป็นความผิดกรรมเดียวกันไม่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าความผิดของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก และมาตรา 317 วรรคสาม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันนั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ เด็ก หญิง ม. โดย นาย ส.และนางศ . ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นาย ศรียนต์ ทนันชัยชมภู จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - เด็ก หญิง ม. โดย นาย ส.และนางศ . ผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นาย ศรียนต์ ทนันชัยชมภู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · นิเวศน์ คำผอง · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6586/2557ฎีกา 1258/2542ฎีกา 8426/2559ฎีกา 2254/2521ฎีกา 1504/2536ฎีกา 2417/2540ฎีกา 820/2558ฎีกา 766/2517ฎีกา 15/2509ฎีกา 3042/2562ฎีกา 4919/2543ฎีกา 3304/2563ฎีกา 1425/2517ฎีกา 250/2564ฎีกา 875/2510ฎีกา 2842/2515ฎีกา 688/2529ฎีกา 4043/2528ฎีกา 628/2537ฎีกา 4825/2553ฎีกา 2238/2527ฎีกา 934/2535ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1862-1863/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ