คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1997/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์กำหนด แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยตามประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ได้กำหนดไว้เท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์กำหนดแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ในการวินิจฉัยคดีใหม่ ศาลชั้นต้นและและอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยตามประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ได้กำหนดไว้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ฉุดคร่าและกระทำชำเราโจทก์ ต่อมาจำเลยกลัวความผิดจึงขอแต่งงานกับโจทก์ หลังจากทำพิธีแต่งงานตามประเพณีแล้วจำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรสตามที่ตกลงไว้ จำเลยอยู่กินกับโจทก์เพียง ๒ วันก็จากไปไม่ยอมกลับมาอีกจึงฟ้องเรียกค่าเสียพรหมจารี ค่าจัดอาหารและทำบุญเลี้ยงพระในวันทำพิธีแต่งงาน ค่าที่นอนหมอนมุ้งและเตียงนอนจากจำเลย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยฉุดคร่าขู่เข็ญกระทำชำเราโจทก์ ไม่เคยตกลง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ยินยอมให้จำเลยกระทำชำเรา ไม่เป็นละเมิดจะไปจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ ขอให้ยกฟ้องแต่จำเลยผิดสัญญาหมั้นไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทน ๑๑,๐๐๐ บาท แก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นแห่งคดีข้อที่ว่าจำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์โดยใช้อุบายหลอกลวงขอแต่งงานกับโจทก์หรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์กำหนด แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้วฟังว่า จำเลยไม่ได้หลอกลวงหรือทำละเมิดต่อโจทก์ แต่เป็นเรื่องจำเลยผิดสัญญาหมั้น พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนจำนวน ๑๑,๐๐๐ บาทแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์รวม๗,๐๐๐ บาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์ตั้งฐานฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดหาว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ให้ทำการสมรสกับจำเลย ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานกำหนดประเด็นว่า จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่และค่าเสียหายมีเพียงใด คู่ความไม่โต้แย้งคดีไม่มีประเด็นเรื่องผิดสัญญาหมั้น ทั้งฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่ามีการหมั้นกันมาก่อน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ก็ระบุชัดโดยกำหนดให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยใหม่ตามประเด็นที่ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยใช้อุบายหลอกลวงขอแต่งงานกับโจทก์หรือไม่ ถ้าฟังได้ว่าหลอกลวงดังกล่าวจริงจะเป็นละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ในการวินิจฉัยคดีใหม่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า การกระทำของจำเลยถือไม่ได้ว่าจำเลยหลอกลวงหรือกระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่เห็นว่าเป็นการผิดสัญญาหมั้น คดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ใหม่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าปัญหาเรื่องละเมิดหรือไม่เป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพราะโจทก์มิได้อุทธรณ์ขึ้นมา แต่ศาลอุทธรณ์ยังเห็นว่าจำเลยผิดสัญญาหมั้นและพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายดังนี้ ข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นที่ศาลอุทธรณ์เองกำหนดให้ไว้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา
พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1997/2526
นางสาวสมบูรณ์ สิงห์สาธร โจทก์
นายภิญโญ บัวเผื่อน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสมบูรณ์ สิงห์สาธร · จำเลย - นายภิญโญ บัวเผื่อน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เริ่ม ธรรมดุษฎี · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายสมศักดิ์ จันทรา · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ แสนเยีย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา