⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2214/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2214/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงที่ให้ฝ่ายหนึ่งไปดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินก่อนแล้วจึงจะโอนขายให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง มิใช่เงื่อนไขบังคับก่อนหรือเงื่อนเวลาตามกฎหมาย แต่เป็นเพียงวิธีการหรือขั้นตอนที่จะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาจะขายที่พิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยให้แก่โจทก์โดยจำเลยรับจะไปดำเนินการรังวัดแบ่งที่ดินระหว่างเจ้าของรวม เมื่อแบ่งแยกและคำนวณเนื้อที่ดินในโฉนดส่วนของจำเลยได้เท่าไร โจทก์จะชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือให้ และจำเลยจะโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ต่อไป ดังนี้ ข้อตกลงที่ว่าให้จำเลยไปดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินก่อนแล้วจึงจะโอนขายให้แก่โจทก์ มิใช่ข้อตกลงอันบังคับไว้ให้นิติกรรมเป็นผล จึงมิใช่เงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 144 ทั้งข้อตกลงดังกล่าวมิได้กำหนดเวลาไว้แน่นอนว่าจำเลยจะดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินมาให้แล้วเสร็จเมื่อใด จึงมิใช่เงื่อนเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 153 ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงวิธีการหรือขั้นตอนที่จะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเท่านั้น เมื่อโจทก์สละสิทธิที่จะให้จำเลยจัดการรังวัดแบ่งแยกก่อนโอนกรรมสิทธิ์และยอมรับแบ่งที่พิพาทส่วนกลางตามสัญญา จำเลยจึงต้องโอนขายที่พิพาทให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.153 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1361

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงขายที่ดินสองแปลงเฉพาะส่วนของจำเลยให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ กับเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ได้รังวัดแบ่งกันเองไว้แล้ว จำเลยที่ ๑ ได้ส่วนกลาง โจทก์ได้ชำระเงินมัดจำให้จำเลยในวันทำสัญญา และต่อมาได้ชำระเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง จำเลยขอรังวัดออกโฉนดที่ดินเสร็จแล้ว แต่ไม่ยอมโอนขายให้โจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสองโอนขายที่ดินตามฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินที่จะขายเป็นที่ดินมีโฉนดและมี ส.ค.๑ รวมกันอยู่ การแบ่งแยกที่ดินจึงต้องขอออกโฉนดสำหรับที่ดินตาม ส.ค.๑ ก่อนซึ่งทางราชการได้ออกโฉนดให้แล้ว จำเลยที่ ๑ กำลังจะไปจัดการขอรังวัดแบ่งแยกให้เป็นส่วนของจำเลยที่ ๑ เพื่อโอนขายให้แก่โจทก์ โจทก์ก็มาฟ้อง ตามสัญญาข้อ ๓ ระบุว่า จำเลยต้องไปทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นโจทก์จึงจะชำระราคาที่เหลือและจำเลยก็จะจัดการโอนขายให้แก่โจทก์ต่อไป เมื่อยังไม่ได้ทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินโจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถาน จำเลยแถลงรับว่า เงินที่จำเลยรับไปจากโจทก์เกินกว่าราคาที่ดินส่วนของจำเลย จำเลยเกรงว่าการแบ่งแยกที่ดินจะทำให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมเดือดร้อนทั้งตามสัญญาระบุว่าเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะไปทำการรังวัดแบ่งแยก จำเลยจึงขอเป็นผู้จัดการในการขอรังวัดแบ่งแยก เสร็จแล้วก็จะโอนให้โจทก์ทันที โจทก์แถลงว่าขอสละสิทธิที่จะให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ ขอให้จำเลยจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินทั้งสองแปลง แล้วโจทก์จะนัดเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมแบ่งแยกที่ดินกันเอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโอนขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยทั้งสองแปลงให้โจทก์ หากไม่จัดการโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาที่มีเงื่อนเวลา เมื่อจำเลยยังไม่ได้ทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดิน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ที่สมบูรณ์สามารถบังคับกันได้ตามกฎหมาย หากจำเลยไม่จัดการรังวัดแบ่งแยกที่ดินและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของจำเลยที่ ๑ ให้แก่โจทก์ โจทก์ก็มีสิทธิที่จะฟ้องบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ ข้อตกลงที่ว่าให้จำเลยไปดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินก่อนแล้วจึงจะโอนขายให้แก่โจทก์ มิใช่ข้อตกลงอันบังคับไว้ให้นิติกรรมเป็นผล จึงมิใช่เงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔ ทั้งข้อตกลงดังกล่าวมิได้กำหนดเวลาไว้แน่นอนว่าจำเลยจะดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินให้แล้วเสร็จเมื่อใด จึงมิใช่เงื่อนเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓ ด้วยเช่นกันข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงวิธีการหรือขั้นตอนก่อนที่จะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเท่านั้น เมื่อโจทก์สละสิทธิที่จะให้จำเลยจัดการรังวัดแบ่งแยกที่ดินก่อนโอนกรรมสิทธิ์และยอมรับแบ่งที่ดินส่วนกลางตามสัญญาที่ทำไว้ต่อจำเลย จำเลยจึงไม่เสียหาย และหากจะมีข้อตกลงระหว่างจำเลยกับเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมเกี่ยวกับการแบ่งแยกที่ดิน สิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมก็ไม่ถูกกระทบกระเทือน โจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยโอนขายที่ดินตามสัญญาได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2214/2526 นางจินใจ๋ วัฒนะสารวิชช์ โจทก์ นายทอง หรือกิติชัย บุญช่วย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจินใจ๋ วัฒนะสารวิชช์ · จำเลย - นายทอง หรือกิติชัย บุญช่วย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · แถมชัย สิทธิไตรย์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมพันธ์ น้อยสง่า
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 360/2502ฎีกา 451/2491ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 1345/2532ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 6789/2541ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 144/2549ฎีกา 6848/2540ฎีกา 3145/2545ฎีกา 1037/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา