⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2289/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของทรัพย์สินยังคงควบคุมทรัพย์สินนั้นอยู่ และผู้รับจ้างไม่มีเจตนาครอบครองทรัพย์สินนั้น ถือว่าเจ้าของทรัพย์สินยังคงครอบครองทรัพย์สินนั้นแต่ผู้เดียว ผู้รับจ้างจึงไม่มีความผิดฐานมีทรัพย์สินไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยรับจ้างขนไม้แปรรูปของกลางให้ ส. และขณะเกิดเหตุจำเลยร่วมกับ ส. ขนไม้แปรรูปจากรถยนต์ของจำเลยที่ใช้รับจ้างขนไม้ การที่ ส. เจ้าของไม้นั่งมาในรถและควบคุมไม้มาด้วยตนเอง โดยที่ ส. ไม่มีเจตนาสละการครอบครองไม้ให้จำเลยหรือให้จำเลยครอบครองด้วย และจำเลยก็ไม่มีเจตนาครอบครองไม้นั้น ถือว่า ส. ครอบครองไม้ดังกล่าวแต่ผู้เดียว จำเลยไม่มีส่วนร่วมในการครอบครอง จึงไม่มีความผิดร่วมกับ ส. ฐานมีไม้ไว้ในครอบครอง เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้อยู่ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ผิดกฎหมาย ก็จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษไปแล้วร่วมกันมีไม้แดงแปรรูป อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.จำนวน ๓๓ แผ่น ปริมาตร ๐.๖๒ ลูกบาศก์เมตร ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓ ฯลฯ ให้จำคุก ๑ ปีและปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ให้รอการลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ดังที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยรับจ้างบรรทุกไม้ของกลางให้แก่นายสมาน ศรีอาจ และขณะเกิดเหตุจำเลยได้ร่วมกับนายสมานขนไม้แปรรูปของกลางลงจากรถยนต์ของจำเลยซึ่งใช้รับจ้างขนไม้รายนี้ก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่าในกรณีเช่นนี้เจ้าของไม้คือนายสมานนั่งมาในรถและควบคุมไม้มาด้วยตนเอง นายสมานไม่มีเจตนาสละการครอบครองไม้ให้จำเลยหรือให้จำเลยร่วมครอบครองด้วย ทั้งตัวจำเลยเองก็ไม่มีเจตนาที่จะครอบครองไม้นั้นแต่อย่างใด กรณีย่อมถือว่านายสมานครอบครองไม้แต่ผู้เดียว จำเลยไม่มีส่วนร่วมในการครอบครองด้วย และเนื่องจากจำเลยรับขนไม้โดยจำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์ จำเลยก็อาจช่วยเหลือเจ้าของไม้ขนไม้ขึ้นลงจากรถได้ ซึ่งเป็นเรื่องของน้ำใจในการรับจ้างขนไม้ พฤติการณ์เพียงเท่านี้จะฟังว่าจำเลยร่วมกับเจ้าของไม้มีไม้ไว้ในความครอบครองหาได้ไม่ และพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมา ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้อยู่ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ผิดกฎหมาย ดังนี้จำเลยจึงไม่ใช่ผู้สนับสนุนในการกระทำผิดรายนี้แต่อย่างใด รูปคดีไม่มีทางที่จะลงโทษจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องของโจทก์นั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2526 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายสมพงษ์ วงษ์เตชะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายสมพงษ์ วงษ์เตชะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายพิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2581/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 194/2543ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1459/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1/2567ฎีกา 805/2506ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521ฎีกา 9368/2552ฎีกา 7/2539ฎีกา 786/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา