⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 359/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงและไม่มีการทำสัญญาเช่าใหม่ ผู้เช่าไม่มีสิทธิอาศัยอยู่ต่อไปในทรัพย์สินที่เช่า และไม่มีสิทธิยกข้อตกลงพิเศษกับผู้ให้เช่าเดิมมาเป็นข้อต่อสู้กับผู้ให้เช่าใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ขณะโจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทแล้วแจ้งให้จำเลยขนย้ายออกไป เป็นระยะเวลาที่สัญญาเช่าเดิมสิ้นสุดลงแล้วและไม่มีการทำสัญญาใหม่โจทก์ไม่เคยยินยอมให้เช่าต่อไป จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน แม้จำเลยจะมีสัญญาต่างตอบแทนเป็นพิเศษกับเจ้าของเดิม สัญญานี้ก็ไม่อยู่ภายใต้บังคับป.พ.พ. ม.569 จำเลยไม่มีสิทธิเอาข้อตกลงดังกล่าวมายกขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยพร้อมทั้งบริวารออกจากตึกแถวพิพาท และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 45,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงคงฟังได้ตามคำฟ้องเฉพาะที่จำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธว่า จำเลยเช่าตึกแถวพิพาทจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร โดยสัญญาเช่าสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2522 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2523 โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบว่า โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าอยู่ต่อไป ขอให้จำเลยและบริวารขนย้ายออก แต่จำเลยไม่ขนย้ายออกไป พิเคราะห์แล้วในประเด็นที่ว่า โจทก์ต้องผูกพันให้เช่าจนถึงปี พ.ศ. 2534 นั้น เห็นว่า ขณะที่โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทแล้วแจ้งให้จำเลยขนย้ายออกไปนั้นเป็นระยะเวลาที่สัญญาเช่าเดิมสิ้นสุดลงแล้วและไม่มีการทำสัญญาใหม่ โจทก์ไม่เคยตกลงยินยอมผูกพันที่จะให้จำเลยเช่าต่อไป โจทก์กับจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันแม้จำเลยจะมีสัญญาต่างตอบแทนเป็นพิเศษกับพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร สัญญานี้ก็ไม่อยู่ภายใต้บังคับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 จำเลยไม่มีสิทธิเอาข้อตกลงดังกล่าวมายกขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ผู้เป็นเจ้าของคนใหม่ คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยอ้างนั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ส่วนข้อที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะจำเลยไม่ได้เช่าในนามส่วนตัวนั้น เห็นว่า จำเลยมิได้ปฏิเสธไว้ในคำให้การว่า จำเลยไม่ได้เช่าหรือเช่าในนามของบริษัทศรีฟ้าจึงไม่เป็นประเด็นที่ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น" ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยคำพยานของทั้งสองฝ่าย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2526 บริษัท ไทยเคหะการโยธา จำกัด โจทก์ นายอารี แซ่หยุ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ไทยเคหะการโยธา จำกัด · จำเลย - นายอารี แซ่หยุ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ วณิคพันธุ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 698/2540ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1561/2529ฎีกา 2983/2549ฎีกา 2725/2532ฎีกา 442/2496ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3517/2531ฎีกา 13705/2556ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 461/2552ฎีกา 1025/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 4511/2529ฎีกา 1430-1432/2510ฎีกา 1325/2506ฎีกา 279/2513ฎีกา 3711/2533ฎีกา 3819/2545ฎีกา 1376/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา