⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3627/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3627/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับให้ประพฤติเนรคุณ ผู้ให้ย่อมมีสิทธิขอให้เพิกถอนการให้ได้ แต่หากผู้รับให้ได้โอนทรัพย์สินที่ได้รับจากการให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้ให้จะขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่โอนทรัพย์สินนั้นแก่บุคคลภายนอกไม่ได้ หากบุคคลภายนอกนั้นได้ทรัพย์สินมาโดยสุจริต

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 โดยเสน่หา แล้วจำเลยที่ 1 โอนขายให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 โจทก์ฟ้องถอนคืนการให้เพราะเหตุจำเลยที่ 1 ประพฤติเนรคุณ และขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยอ้างว่าเป็นการสมยอมกันเพื่อฉ้อฉลโจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 รับซื้อที่ดินพิพาทมาโดยสุจริต โจทก์ก็ไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 คืนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณากับมิได้อุทธรณ์ คงอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 2 และที่ 3 ดังนี้ คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วศาลอุทธรณ์จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ด้วยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.534 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ โดยเสน่หา ต่อมาจำเลยที่ ๑ ประพฤติเนรคุณ โจทก์จึงฟ้องถอนคืนการให้ ระหว่างพิจารณาคดีนั้นจำเลยที่ ๑ โอนขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โดยที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ รู้อยู่แล้วว่าโจทก์ฟ้องถอนคืนการให้จากจำเลยที่ ๑ เป็นการสมยอมกันฉ้อฉลโจทก์โดยไม่สุจริตทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้พิพากษาถอนคืนการให้และเพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ รับซื้อที่ดินพิพาทไว้โดยสุจริต ไม่ทราบถึงเรื่องที่โจทก์ฟ้องถอนคืนการให้จากจำเลยที่ ๑ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยที่ ๑ ขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้จำเลยที่ ๑ คืนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ รับซื้อที่ดินพิพาทมาโดยสุจริตอันมีค่าตอบแทน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์จะเรียกให้เพิกถอนทะเบียนไม่ได้ ดังบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์นั้น เห็นว่า คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนคืนการให้เพราะเหตุจำเลยที่ ๑ ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์แล้ว เพียงแต่โจทก์ไม่อาจได้ที่ดินพิพาทคืนเพราะที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลภายนอกโดยชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมดรวมถึงที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ด้วยนั้นจึงไม่ชอบ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ส่วนคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3627/2526 นางทา ฆารบุรมย์ โจทก์ นายประมวล ฆารบุรมย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทา ฆารบุรมย์ · จำเลย - นายประมวล ฆารบุรมย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายเฉลียว พลวิเศษ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1739/1739ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 2409/2551ฎีกา 425/2520ฎีกา 1022/2551ฎีกา 886/2515ฎีกา 2026/2494ฎีกา 912/2490ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 4473/2541ฎีกา 7927/2538ฎีกา 15964/2553ฎีกา 206/2510ฎีกา 7214/2538ฎีกา 189/2540ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 635/2511ฎีกา 500/2557ฎีกา 1049/2522ฎีกา 310/2534ฎีกา 1906/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา